RTD มีชื่อเต็มว่า Resistance thermometers เป็น 1 ในรูปแบบของเซนเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิ หรือว่าหัววัดอุณหภูมิ ที่ใช้รูปแบบการเปลี่ยนแปลงระดับแรงดันไฟฟ้าจากสัญญาณอนาล็อกไปสู่สัญญาณดิจิตอล โดยสัมพันธ์กับอุณหภูมิ โดยอีก 2 รูปแบบนั้นก็ได้แก่ Thermocouples (เทอร์โมคัปเปิล) และ Thermistor (เทอร์มิสเตอร์) หรือก็คือเซนเซอร์วัดอุณหภูมิ
โดยประเภทที่นิยมใช้มากที่สุดคือ PT100 (Platinum 100) ซึ่งหมายความว่าทำจากแพลทินัม และมีความต้านทาน 100 Ω (โอห์ม) ที่อุณหภูมิไม่เกิน 85 °C
คุณกำลังสงสัยว่า RTD คือ อะไร และแตกต่างจากเซนเซอร์วัดอุณหภูมิประเภทอื่นอย่างไรใช่ไหม? อาร์ทีดี คืออุปกรณ์วัดอุณหภูมิที่มีความแม่นยำสูงที่สุดตัวหนึ่งในโรงงานอุตสาหกรรม บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก rtd sensor ตั้งแต่หลักการทำงาน ประเภทต่างๆ ไปจนถึงการเลือกใช้งานให้เหมาะกับกระบวนการผลิต เพื่อให้ได้ค่าการวัดที่เที่ยงตรงที่สุด หากคุณต้องการทีมวิศวกรเข้าไปช่วยดูหน้างานหรือต้องการคำแนะนำด่วน คลิกดูบริการของเราที่นี่ เพื่อรับคำปรึกษาฟรี
RTD ย่อมาจาก Resistance Temperature Detector หรือในทางวิชาการเรียกว่า resistance thermometers คือเซนเซอร์วัดอุณหภูมิที่ทำงานโดยอาศัยคุณสมบัติทางไฟฟ้าของโลหะ กล่าวคือ "ค่าความต้านทานไฟฟ้าจะเปลี่ยนแปลงไปเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยน" โดยวัสดุที่นำมาทำ อาร์ทีดี ส่วนใหญ่จะเป็นแพลตตินัม (Platinum) เนื่องจากมีความเสถียรสูงและมีความเป็นเชิงเส้น (Linearity) ที่ดีเยี่ยม ทำให้เป็นที่นิยมอย่างมากในงานที่ต้องการความละเอียดสูง
RTD เป็นทรานสดิวเซอร์ (Transducer) ประเภทหนึ่ง ทำหน้าที่แปลงค่าอุณหภูมิทางกายภาพให้เป็นค่าความต้านทานไฟฟ้า (Ohm) ก่อนจะส่งต่อให้ thermometer หรือ Controller แปลงเป็นตัวเลขอุณหภูมิอีกที หากคุณต้องการปูพื้นฐานเรื่องเซนเซอร์เพิ่มเติม สามารถอ่านต่อได้ที่ Temperature Sensor คืออะไร
RTD (Resistance Temperature Detector) ทำงานโดยอาศัยความจริงที่ว่า
ความต้านทานไฟฟ้าของโลหะจะเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิ
ด้านล่างคือคำอธิบายแบบเป็นขั้นตอน ว่า RTD เปลี่ยน “ความต้านทาน” ให้เป็น “อุณหภูมิ” ได้อย่างไร?
RTD ทำจากโลหะบริสุทธิ์ (นิยมที่สุดคือ แพลทินัม)
เมื่อ อุณหภูมิเพิ่ม → ความต้านทานเพิ่ม
เมื่อ อุณหภูมิลด → ความต้านทานลด
ความสัมพันธ์นี้ ค่อนข้างเป็นเส้นตรงและเสถียร มาก จึงเหมาะสำหรับการวัดอุณหภูมิอย่างแม่นยำ
ตัวอย่างที่พบได้บ่อย:
Pt100 → ความต้านทาน = 100 Ω ที่ 0°C
Pt1000 → ความต้านทาน = 1000 Ω ที่ 0°C
ความสัมพันธ์ระหว่างความต้านทานและอุณหภูมิ
กราฟความสัมพันธ์ของ RTD จะมีความเป็นเส้นตรง (Linear) มากกว่าเซนเซอร์ประเภทอื่น ทำให้การอ่านค่ามีความผิดพลาดน้อยมาก โดยเฉพาะในช่วงอุณหภูมิ -200°C ถึง 600°C ซึ่งครอบคลุมเกือบทุก process ในโรงงาน อ่านเจาะลึกหลักการทำงานของ RTD
การเลือกใช้ สายอาร์ทีดี ให้ถูกประเภทเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะจำนวนสายไฟมีผลโดยตรงต่อความแม่นยำในการวัด โดยเฉพาะเมื่อจุดวัดอยู่ห่างจากตู้คอนโทรล
แบบนี้ราคาประหยัดที่สุด แต่ความแม่นยำต่ำที่สุด เพราะตัวอ่านค่าจะรวมความต้านทานของสายไฟเข้าไปด้วย ทำให้ค่าอุณหภูมิที่อ่านได้สูงกว่าความเป็นจริง ไม่แนะนำสำหรับงานที่ต้องการความละเอียด
นี่คือมาตรฐานอุตสาหกรรม สายเส้นที่ 3 จะเข้ามาช่วยชดเชยค่าความต้านทานของสายไฟ (Lead wire compensation) ทำให้ค่าที่อ่านได้มีความถูกต้องสูง นิยมใช้ในโรงงานทั่วไปมากที่สุด
ให้ความแม่นยำสูงสุด ตัดค่าความต้านทานของสายไฟออกได้อย่างสมบูรณ์แบบ มักใช้ในห้องปฏิบัติการสอบเทียบ (Calibration Lab) หรือจุดที่ต้องการความเที่ยงตรงระดับทศนิยมหลายตำแหน่ง
หลายคนสับสนระหว่าง thermocouple คือ อะไร และต่างจาก RTD ไหม? เทอร์โมคัปเปิล คือ เซนเซอร์ที่ใช้หลักการแรงดันไฟฟ้า (Voltage) จากโลหะต่างชนิดกัน 2 ตัว ในขณะที่ RTD ใช้หลักการความต้านทาน ถ้าถามว่า เทอร์โมคัปเปิล คืออะไร ในมุมการใช้งาน มันคือตัวเลือกสำหรับงาน "อุณหภูมิสูง" และ "ราคาประหยัด"
|
หัวข้อเปรียบเทียบ |
RTD (Pt100) |
Thermocouple (Type K) |
|
หลักการทำงาน |
วัดความต้านทาน (Ohm) |
วัดแรงดันไฟฟ้า (mV) |
|
ความแม่นยำ |
สูงมาก (Class A, AA) |
ปานกลาง |
|
ช่วงอุณหภูมิ |
-200°C ถึง +850°C |
-200°C ถึง +1250°C (หรือสูงกว่า) |
|
การตอบสนอง |
ช้ากว่าเล็กน้อย |
เร็ว (Fast Response) |
|
ราคา |
สูงกว่า |
ถูกกว่า |
ด้วยความเสถียรของมัน RTD จึงเป็นพระเอกในอุตสาหกรรมที่ยอมรับความผิดพลาดเรื่องอุณหภูมิไม่ได้
การฆ่าเชื้อ (Sterilization) หรือพาสเจอร์ไรซ์ ต้องการอุณหภูมิที่แน่นอนเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค RTD แบบ Sanitary จึงถูกเลือกใช้เพราะให้ค่าที่เชื่อถือได้
ในหอกลั่น หรือเตาปฏิกรณ์ที่ปฏิกิริยาเคมีไวต่ออุณหภูมิมาก การเพี้ยนเพียง 1-2 องศาอาจหมายถึงผลิตภัณฑ์เสียหายหรือเกิดอันตราย RTD จึงเป็นตัวเลือกแรก
การทดลองที่ต้องการผลลัพธ์ซ้ำๆ (Repeatability) จำเป็นต้องใช้เซนเซอร์ที่ค่าไม่ดริฟท์ (Drift) เมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งเป็นจุดเด่นของแพลตตินัมใน RTD
ที่ SCMA เราเข้าใจดีว่าอุณหภูมิคือตัวแปรสำคัญของคุณภาพสินค้า เราจึงคัดสรร RTD Sensor และ Thermometer แบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่แม่นยำและทนทาน พร้อมทีมวิศวกรที่เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาเทียบสเปก หรือออกแบบจุดติดตั้งให้เหมาะสมกับหน้างานของคุณ ดูสินค้า Temperature Sensor ทั้งหมดของเราได้ที่นี่ หรือส่งรูปถ่าย Nameplate เก่ามาให้เราช่วยหาของทดแทนได้เลย
สรุปง่ายๆ ให้เลือกใช้ RTD เมื่อคุณต้องการ "ความแม่นยำ" และอุณหภูมิใช้งานไม่เกิน 600°C (เช่น งานอาหาร, ยา, ห้องเย็น) แต่ถ้างานของคุณร้อนทะลุ 1000°C หรือมีแรงสั่นสะเทือนหนักๆ ให้ไปใช้ thermocouple แทน การเลือกเซนเซอร์ผิดประเภทอาจทำให้คุณเสียเวลา Calibrate บ่อยๆ หรือได้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หากคุณต้องการความมั่นใจในการเลือกซื้อ ติดต่อ SCMA ได้ทันที เราพร้อมเป็น Technical Partner ที่ดูแลระบบวัดคุมให้คุณอย่างใกล้ชิด
Pt100 คือ RTD ที่ทำจากแพลตตินัม มีความต้านทาน 100 โอห์มที่ 0°C ส่วน Pt1000 มี 1000 โอห์ม Pt1000 จะประหยัดพลังงานกว่าและแม่นยำกว่าเมื่อเดินสายไกลๆ
ไม่เหมือน Thermocouple Type K หลักการทำงาน คือใช้โลหะต่างชนิด (Chromel/Alumel) สร้างแรงดันไฟตามความร้อน ส่วน RTD ใช้การเปลี่ยนแปลงความต้านทาน
หากใช้แบบ 3 สาย หรือ 4 สาย สามารถเดินได้ไกลหลายร้อยเมตรโดยที่ค่าไม่เพี้ยนมากนัก แต่ถ้าเป็น 2 สาย ควรเดินให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้
สำหรับข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐาน RTD สามารถศึกษาได้จาก TE Connectivity Resources