สลับเส้นทาง
รถเข็นของฉัน 0

Turbidity Meters (เครื่องวัดความขุ่น)

Turbidity Meters คืออะไร?

Turbidity Meters คือ เครื่องวัดความขุ่น สำหรับการวัดความขุ่นของน้ำหรือของเหลว ความขุ่นนี้เกิดจากอนุภาคแขวนลอยที่มีอยู่ในน้ำ ซึ่งอาจเป็นดิน, แร่ธาตุ, สารอินทรีย์ หรือจุลินทรีย์ มีค่าเป็นหน่วย NTU (Nephelometric Turbidity Units) ทำงานโดยใช้หลักการการกระจายของแสง เมื่อแสงถูกส่งผ่านน้ำที่มีความขุ่น อนุภาคที่อยู่ในน้ำจะกระจายแสงไปในทิศทางต่างๆ โดยเครื่องวัดจะตรวจจับแสงที่กระจายออกมา และแปลงข้อมูลเหล่านั้นเป็นค่าความขุ่น ที่จะบ่งบอกถึงปริมาณและขนาดของอนุภาคในน้ำ

ประเภทของ Turbidity Meters

  • Portable Turbidity Meters แบบพกพา สำหรับการใช้งานภาคสนามและในสถานที่ต่างๆ
  • Benchtop Turbidity Meters ใช้ในห้องปฏิบัติการที่ต้องการความแม่นยำสูงและการวิเคราะห์ที่ละเอียด
  • In-line Turbidity Meters ติดตั้งในท่อหรือระบบการผลิตเพื่อวัดค่าความขุ่นอย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรม

อุตสาหกรรมที่ใช้ Turbidity Meters

  • สำหรับตรวจสอบและควบคุมคุณภาพน้ำในกระบวนการบำบัดน้ำเสีย ในอุตสาหกรรมการบำบัดน้ำเสีย 
  • ใช้ในการควบคุมคุณภาพน้ำดื่มในอุตสาหกรรมน้ำดื่ม ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย
  • ตรวจสอบคุณภาพน้ำในฟาร์มเลี้ยงปลาและสัตว์น้ำ ของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
  • ตรวจสอบคุณภาพน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ภายในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
  • สำหรับการวิจัยและการศึกษา จะใช้ในการศึกษาวิจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมและการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ

แบรนด์ดังของ Turbidity Meters

  • Extech Instruments มีผลิตภัณฑ์ที่มีความแม่นยำและทนทาน
  • Hach เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในด้านเครื่องวัดคุณภาพน้ำและมีความแม่นยำสูง
  • Hanna Instruments แบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือในวงการวัดคุณภาพน้ำและมีความแม่นยำสูง
  • LaMotte มีผลิตภัณฑ์ที่ทนทานและเชื่อถือได้ในด้านการวัดความขุ่น
  • KEPLER INSTRUMENTS แบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มีคุณภาพสูงและมีความน่าเชื่อถือ
  • Thermo Fisher Scientific มีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องมือวัดคุณภาพน้ำที่มีความแม่นยำและคุณภาพสูง

รับชม Catalog Turbidity Meters : คลิกที่นี่

ดูในมุมมอง ตาราง รายการ

3 รายการ

ตั้งค่าเรียงจากมากไปน้อย
ต่อหน้า

Turbidity Meter (เครื่องวัดความขุ่น)

การควบคุมคุณภาพน้ำในกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรมจำเป็นต้องอาศัย Turbidity meter หรือ เครื่องวัดความขุ่น เพื่อตรวจสอบค่าความขุ่นใสของน้ำอย่างแม่นยำ อุปกรณ์นี้ทำงานร่วมกับ turbidity sensor ในการตรวจวัดปริมาณอนุภาคแขวนลอยที่ปะปนอยู่ในน้ำ ซึ่งค่าที่ได้จะช่วยบ่งบอกถึงประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำและคุณภาพของผลิตภัณฑ์สุดท้าย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องการความสะอาดสูงสุด เซ็นเซอร์วัดความขุ่น จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่วิศวกรโรงงานขาดไม่ได้

Turbidity Meter (เครื่องวัดความขุ่น) คืออะไร?

เครื่องวัดความขุ่น (Turbidity Meter) คืออุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้สำหรับหาค่าความขุ่นมัวของของเหลว โดยอาศัยหลักการวัดปริมาณแสงที่ถูกกระเจิง (Light Scattering) จากอนุภาคแขวนลอยเล็กๆ เช่น ตะกอน ดิน หรือจุลินทรีย์ในน้ำ การทำงานของ turbidity sensor จะทำการวัดแสงที่ตกกระทบกับอนุภาคเหล่านี้ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้คุณภาพน้ำที่สำคัญมากในกระบวนการผลิต เซ็นเซอร์วัดความขุ่น จะแปลงค่าแสงที่วัดได้ออกมาเป็นหน่วย NTU (Nephelometric Turbidity Units) ช่วยให้ผู้ใช้งานทราบถึงระดับสิ่งเจือปนในน้ำได้อย่างชัดเจน อุปกรณ์ เครื่องวัดความขุ่นใสของน้ำ นี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการตรวจสอบน้ำดื่มและน้ำใช้ เพื่อให้มั่นใจในความสะอาด ปลอดภัย และไม่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการบำบัดน้ำในขั้นตอนต่อไป

ความสำคัญของ Turbidity Meter ต่อภาคอุตสาหกรรม

การใช้งาน Turbidity meter ในภาคอุตสาหกรรมมีบทบาทสำคัญในการควบคุมคุณภาพน้ำเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานที่กำหนด เครื่องวัดความขุ่น ช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดกับเครื่องจักรและท่อส่งน้ำจากการสึกหรอเนื่องจากอนุภาคแขวนลอย การติดตั้ง turbidity sensor ไว้ในจุดที่เหมาะสมจะช่วยตรวจสอบประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสียและรักษาประสิทธิภาพกระบวนการผลิต เช่น การกรอง หรือการทำความร้อนและความเย็น เซ็นเซอร์วัดความขุ่น ยังช่วยสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของน้ำที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดย เครื่องวัดความขุ่นใสของน้ำ จะทำหน้าที่เฝ้าระวังความเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์ ทำให้วิศวกรสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีก่อนเกิดความเสียหายรุนแรง

ประเภทของเครื่องมือ Turbidity meter

เครื่องวัดความขุ่น ในท้องตลาดแบ่งออกได้หลายประเภทตามลักษณะการใช้งานและพื้นที่ติดตั้ง การเลือกใช้ให้เหมาะสมกับหน้างานจะช่วยให้ได้ค่าการวัดที่แม่นยำและคุ้มค่ากับการลงทุน โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้:

  • Portable Turbidity Meters (แบบพกพา) เป็น เครื่องวัดความขุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้าย เหมาะสำหรับการใช้งานภาคสนามหรือการตรวจสอบคุณภาพน้ำตามจุดต่างๆ ของโรงงาน ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด ทนทาน และใช้งานง่าย เครื่องวัดความขุ่นใสของน้ำ ประเภทนี้ช่วยให้วิศวกรสามารถทราบค่าความขุ่นได้ทันทีที่หน้างานโดยไม่ต้องนำตัวอย่างกลับมาวิเคราะห์ที่ห้องแล็บ เหมาะสำหรับการตรวจสอบบ่อบำบัดน้ำเสีย หรือแหล่งน้ำดิบ
  • Benchtop Turbidity Meters (แบบตั้งโต๊ะ) Turbidity meter ประเภทนี้เน้นความแม่นยำสูงและการวิเคราะห์ที่ละเอียด มักใช้ในห้องปฏิบัติการ (Laboratory) เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำตัวอย่างที่เก็บมาจากกระบวนการผลิต ตัวเครื่องรองรับฟังก์ชันการสอบเทียบที่ซับซ้อนกว่าแบบพกพา และมักมี เซ็นเซอร์วัดความขุ่น ที่มีความไวสูงในการตรวจจับอนุภาคขนาดเล็กมาก เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการมาตรฐานความสะอาดของน้ำในระดับสูง เช่น การผลิตยา หรือเครื่องดื่ม
  • In-line Turbidity Meters / Online Turbidity Sensors (แบบติดตั้งในไลน์ผลิต) คือ turbidity sensor ที่ถูกติดตั้งเข้าไปในท่อหรือถังพักของระบบการผลิตโดยตรง เพื่อวัดค่าความขุ่นอย่างต่อเนื่อง (Continuous Monitoring) ข้อมูลจาก เซ็นเซอร์วัดความขุ่น จะถูกส่งไปยังห้องควบคุม ทำให้สามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำได้แบบเรียลไทม์ เหมาะสำหรับระบบบำบัดน้ำและกระบวนการผลิตที่ต้องการการควบคุมอัตโนมัติ เพื่อลดความผิดพลาดและลดเวลา Downtime ของเครื่องจักร

หลักการทำงานของเครื่อง Turbidity meter

พื้นฐานการทำงานของ เครื่องวัดความขุ่น อาศัยหลักการทางฟิสิกส์ของแสงเพื่อวิเคราะห์ปริมาณอนุภาคในของเหลว ความเข้าใจในหลักการนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวิเคราะห์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการวัดได้ดียิ่งขึ้น โดยมีขั้นตอนการทำงานดังนี้:

  • การปล่อยแสงและการกระเจิง (Light Emission & Scattering) Turbidity meter จะเริ่มทำงานโดยการปล่อยลำแสง (ส่วนใหญ่เป็นอินฟราเรด) ผ่านตัวอย่างน้ำ เมื่อแสงตกกระทบกับอนุภาคแขวนลอย เช่น ตะกอนหรือดิน แสงจะเกิดการกระเจิง (Scattering) ออกไปในทิศทางต่างๆ เครื่องวัดความขุ่น จะอาศัยปรากฏการณ์นี้ในการตรวจจับ ยิ่งมีอนุภาคมาก แสงก็จะยิ่งกระเจิงมาก ซึ่งแปรผันตรงกับค่าความขุ่นของน้ำ หลักการทำงานของเครื่องวัดความขุ่น 
  • การตรวจจับแสงและการแปลงค่า (Detection & Conversion) เซ็นเซอร์วัดความขุ่น (Photodetector) ซึ่งติดตั้งอยู่ที่ตำแหน่ง 90 องศาจากลำแสง จะทำหน้าที่ตรวจจับความเข้มของแสงที่กระเจิงออกมา สัญญาณที่ได้จะถูกส่งไปยังวงจรอิเล็กทรอนิกส์เพื่อประมวลผลและแปลงเป็นค่าความขุ่นในหน่วย NTU (Nephelometric Turbidity Units) เทคนิค Nephelometry นี้ช่วยให้ turbidity sensor สามารถวัดค่าความขุ่นต่ำๆ ได้อย่างแม่นยำ เหมาะสำหรับงานตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่มและน้ำใช้ในโรงงาน เซ็นเซอร์วัดความขุ่น คืออะไร 

การใช้งานและการดูแลรักษาเบื้องต้นเพื่อยืดอายุการใช้งาน

เพื่อให้ Turbidity meter ทำงานได้อย่างแม่นยำและมีอายุการใช้งานยาวนาน การดูแลรักษาที่ถูกวิธีเป็นสิ่งที่วิศวกรซ่อมบำรุงไม่ควรละเลย ทั้งการทำความสะอาดและการสอบเทียบ เครื่องวัดความขุ่น อย่างสม่ำเสมอมีผลโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูล:

  • การเตรียมตัวอย่างและความสะอาด (Preparation & Cleaning) ควรล้างขวดตัวอย่าง (Cuvette) ด้วยน้ำกลั่นและเช็ดให้แห้งด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ เพื่อไม่ให้มีรอยนิ้วมือหรือคราบสกปรกบนผิวแก้วที่จะขัดขวางแสง การไล่ฟองอากาศในตัวอย่างน้ำก่อนนำเข้า เครื่องวัดความขุ่นใสของน้ำ ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะฟองอากาศจะทำให้ค่าผิดเพี้ยนได้
  • การสอบเทียบและจัดเก็บ (Calibration & Storage) ควรทำการสอบเทียบ turbidity sensor ด้วยสารละลายมาตรฐาน (Standard Solution) อย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือตามความถี่ในการใช้งาน เพื่อยืนยันความแม่นยำ การจัดเก็บเครื่องมือและ เซ็นเซอร์วัดความขุ่น ควรอยู่ในที่แห้งและสะอาด หลีกเลี่ยงความชื้นสะสมที่เลนส์หรือเซ็นเซอร์ ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานและลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงระยะยาว  คู่มือการเลือกใช้ Turbidity Meters 

โซลูชัน Turbidity meter ครบวงจรจาก SCMA สำหรับทุกอุตสาหกรรม

หากคุณกำลังมองหา Turbidity meter หรือ เครื่องวัดความขุ่น ที่เหมาะสมกับไลน์การผลิต SCMA พร้อมเป็นพันธมิตรทางเทคนิคที่ไม่เพียงแต่จำหน่ายสินค้า แต่เรามีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาตั้งแต่การเลือก turbidity sensor ให้ตรงสเปกงาน จนถึงการออกแบบระบบติดตั้งที่หน้างานจริง ด้วยสำนักงานสาขาในเขต EEC (ชลบุรี) และภาคเหนือ (ลำพูน) ทีมงานของเราสามารถเข้าหน้างานเพื่อซ่อมบำรุงหรือสอบเทียบได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดความเสี่ยงจาก Downtime และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้โรงงานของคุณได้อย่างยั่งยืน ดูสินค้าและบริการของเรา

หากคุณต้องการคำปรึกษาเรื่อง Turbidity Meter หรือต้องการทีมวิศวกรเข้าประเมินหน้างานด่วนในพื้นที่ EEC หรือภาคเหนือ ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของ SCMA ได้ทันที ทีมงานของเราพร้อมให้บริการเพื่อความต่อเนื่องในการผลิตของคุณ