Sound Level Meter คือ เครื่องวัดระดับเสียง ใช้ในการวัดความเข้มของเสียงในหน่วยเดซิเบล (dB) มีความสำคัญอย่างยิ่งในการตรวจสอบสภาพแวดล้อมเสียงในหลากหลายอุตสาหกรรมและการใช้งานทั่วไป ซึ่งสำหรับการใช้นั้นก็จะใช้ไมโครโฟนเพื่อรับสัญญาณเสียง และจะเปลี่ยนพลังงานเสียงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า ให้วงจรภายในเครื่องประมวลผล จากนั้นจะแสดงผลออกมาเป็นค่าระดับเสียงในหน่วยเดซิเบล (dB) เครื่องวัดระดับเสียงยังมีการใช้ฟิลเตอร์ที่แตกต่างกัน เช่น A-weighting, B-weighting และ C-weighting เพื่อปรับให้เหมาะสมกับการวัดในสถานการณ์ต่าง ๆ
การควบคุมมลภาวะทางเสียงในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นเรื่องซีเรียสที่ส่งผลต่อทั้งสุขภาพพนักงานและข้อกฎหมาย การมีอุปกรณ์อย่าง Sound level meter หรือ เครื่องวัดเสียง ที่ได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเจ้าหน้าที่ จป. และทีมซ่อมบำรุง เพื่อใช้ในการตรวจสอบ sound measurement หรือการวัดระดับเสียงให้เป็นไปตามกฎกระทรวงฯ ว่าด้วยกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน การเลือกใช้ sound meters หรือ เครื่องวัดความดังเสียง ที่ถูกต้องและแม่นยำ จะช่วยป้องกันปัญหาการสูญเสียการได้ยินและลดความเสี่ยงจากการถูกสั่งหยุดปรับปรุงโรงงาน
Sound level meter คือเครื่องมือวัดทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกแบบมาเพื่อตรวจวัดระดับความดันเสียง (Sound Pressure Level - SPL) ในหน่วยเดซิเบล (dB) โดยจำลองการรับรู้เสียงของหูมนุษย์ อุปกรณ์ชนิดนี้บางครั้งถูกเรียกว่า sound pressure level meter ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการทำ sound check หรือตรวจสอบสภาพแวดล้อมทางเสียงในพื้นที่ทำงาน หน้าที่หลักคือการแปลงคลื่นเสียงทางกายภาพให้เป็นค่าตัวเลขที่สามารถอ่านและบันทึกได้ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานความปลอดภัย หรือใช้ในการวิเคราะห์แหล่งกำเนิดเสียงรบกวนจากเครื่องจักร โดยมีความแตกต่างจากแอปพลิเคชันบนมือถือตรงที่ความแม่นยำและความสามารถในการสอบเทียบตามมาตรฐานสากล IEC 61672
กลไกการทำงานของ Sound level meter เริ่มต้นที่ไมโครโฟนซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแปลงสัญญาณ (Transducer) เมื่อคลื่นเสียงเข้ามากระทบ แผ่นไดอะแฟรมภายในไมโครโฟนจะเกิดการสั่นสะเทือนตามแรงดันอากาศที่เปลี่ยนแปลง การสั่นสะเทือนนี้จะถูกแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าที่มีความแรงต่ำมาก (Low-level electrical signal) จากนั้นวงจรภายในจะทำการขยายสัญญาณ (Pre-amplifier) และส่งผ่านวงจรกรองความถี่ (Weighting network) เพื่อปรับแต่งการตอบสนองให้ตรงกับลักษณะการได้ยินของหูมนุษย์ (เช่น A-weighting) ก่อนที่ตัวแปลงสัญญาณอนาล็อกเป็นดิจิทัล (A/D Converter) จะประมวลผลและแสดงค่าออกมาเป็นตัวเลขเดซิเบลบนหน้าจอแสดงผล
การตรวจวัดเสียงด้วย เครื่องวัดความดังเสียง เป็นมาตรการป้องกันเชิงรุกที่สำคัญที่สุดในการบริหารความปลอดภัย การสัมผัสเสียงที่ดังเกิน 85 dBA เป็นเวลานานจะทำลายเซลล์ขนในหูชั้นในอย่างถาวร นำไปสู่โรคประสาทหูเสื่อมจากเสียงดัง (NIHL) นอกจากด้านสุขภาพแล้ว ข้อมูลจากการวัดเสียงยังใช้สำหรับวิเคราะห์สภาพเครื่องจักร (Machine Condition Monitoring) เสียงที่ผิดปกติมักเป็นสัญญาณเตือนแรกของตลับลูกปืนแตกหรือการจัดศูนย์เพลาไม่ตรง การมีข้อมูลที่แม่นยำช่วยให้วางแผนการซ่อมบำรุงและจัดทำโครงการอนุรักษ์การได้ยิน (Hearing Conservation Program) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเลือกประเภทของเครื่องมือให้เหมาะสมกับงานเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ Sound level meter แต่ละแบบมีความแม่นยำและฟังก์ชันที่ต่างกัน โดยสามารถแบ่งกลุ่มหลัก ๆ ได้ดังนี้:
การได้ค่าที่ถูกต้องไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของ sound meters เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับวิธีการวัดที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมด้วย ขั้นตอนสำคัญมีดังนี้:
การจัดซื้อ Sound level meter สักเครื่องต้องพิจารณาปัจจัยทางเทคนิคให้รอบด้าน เพื่อให้ได้เครื่องมือที่คุ้มค่าและตรงตามข้อกำหนดของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน:
หากโรงงานของคุณกำลังมองหาความมั่นใจด้านความปลอดภัยทางเสียง SCMA พร้อมเป็น Technical Partner ที่นำเสนอโซลูชัน Sound level meter และ noise dosimeter คุณภาพสูงจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของ SCMA ประจำสาขาชลบุรี (EEC) และลำพูน พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่การเลือกสเปกเครื่องมือที่ตรงกับกฎหมายกำหนด การสาธิตการใช้งานหน้างาน ไปจนถึงบริการหลังการขายและการสอบเทียบ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกการทำ sound check จะได้ข้อมูลที่แม่นยำและเชื่อถือได้ ดูรายละเอียด บริการของ SCMA เพิ่มเติมได้ที่นี่
การมี Sound level meter ที่ได้มาตรฐานและการใช้งานที่ถูกวิธี คือปราการด่านแรกในการปกป้องพนักงานจากภัยเงียบของเสียงดัง การลงทุนในเครื่องมือวัดที่แม่นยำไม่เพียงช่วยให้ปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง แต่ยังสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อคุณภาพชีวิตของบุคลากร หากต้องการคำแนะนำเชิงลึกเกี่ยวกับ เครื่องวัดเสียง หรืออุปกรณ์ความปลอดภัยอื่น ๆ สามารถปรึกษา SCMA ได้ทันที
ไม่แนะนำให้ใช้แทนในการวัดเพื่อความปลอดภัยหรือทางกฎหมาย เนื่องจากไมโครโฟนของโทรศัพท์มือถือไม่ได้ออกแบบมาเพื่อวัดความดันเสียงที่แม่นยำ และไม่มีการสอบเทียบที่ได้มาตรฐาน ค่าที่ได้มักคลาดเคลื่อนสูง โดยเฉพาะในระดับเสียงที่ดังมากหรือเบามาก
ตัว sound calibrator เองก็จำเป็นต้องได้รับการสอบเทียบจากห้องปฏิบัติการมาตรฐาน (ISO/IEC 17025) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าระดับเสียงอ้างอิง (Reference Sound Level) ที่ปล่อยออกมายังคงถูกต้องแม่นยำ
Sound level meter ใช้วัดเสียง ณ จุดใดจุดหนึ่ง หรือวัดพื้นที่ (Area Monitoring) ส่วน noise dosimeter ใช้วัดปริมาณเสียงที่ "คน" ได้รับจริงตลอดเวลาทำงาน (Personal Monitoring) ซึ่งจะติดตามตัวคนไปทุกที่ แม้จะเดินเข้า-ออกพื้นที่ที่มีเสียงดังต่างกัน