ตัวเครื่องมือ Electrical Conductivity Meter หรือ เครื่องวัดค่าความนำไฟฟ้าของน้ำ ถือว่าเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญในการปรับปรุงคุณภาพน้ำ ซึ่งการใช้งานเครื่องมือนี้จะช่วยให้บุคลากรที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการปรับปรุงคุณภาพน้ำ มีข้อมูลที่สำคัญในการตัดสินใจ สำหรับการปรับปรุงสภาพน้ำและจัดการสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การนำไฟฟ้าของน้ำมีความสำคัญในหลาย ๆ ด้าน เช่น การประเมินคุณภาพน้ำ, การใช้น้ำในเกษตรกรรม และการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ในน้ำ นอกจากนี้การนำไฟฟ้าของน้ำยังมีบทบาทสำคัญในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับน้ำด้วย การวัดค่านี้สามารถช่วยให้เราเข้าใจและสามารถปรับปรุงคุณภาพและการใช้งานน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หน่วยในการวัดค่าความนำไฟฟ้าของน้ำ (Electrical Conductivity) จะนิยมรายงานค่าในหน่วย mS/cm และ µS/cm ซึ่งเป็นหน่วยที่รองรับในระดับสากล
ความสามารถในการนำไฟฟ้าของน้ำนั้นมักถูกวัดโดยใช้ค่า Electrical Conductivity (EC) ซึ่งเป็นค่าที่ใช้วัดปริมาณของกระแสไฟฟ้าที่สามารถผ่านน้ำได้ น้ำที่มีค่าความนำไฟฟ้าสูงมักจะมีปริมาณสารละลายที่มาก เช่น โซเดียมคลอไรด์ (NaCl) หรือเกลืออื่น ๆ ดังนั้นน้ำทะเลมักจะมีค่าความนำไฟฟ้าสูงกว่าน้ำจืด เนื่องจากมีเกลือละลายอยู่มากในน้ำทะเล
รับชม Catalog Electrical Conductivity Meter : คลิกที่นี่
ค่า EC (Electrical Conductivity) คือค่าที่ใช้วัดความสามารถของน้ำในการนำกระแสไฟฟ้า ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณไอออนหรือแร่ธาตุที่ละลายอยู่ในน้ำ เช่น เกลือ แร่ธาตุ หรือสารเคมีต่าง ๆ
ค่า EC ช่วยบอกระดับความเข้มข้นของสารละลายในน้ำ หากค่า EC สูง แสดงว่ามีสารละลายมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพน้ำ เช่น น้ำเค็ม น้ำเสีย หรือความเหมาะสมในการใช้งาน
หน่วยที่ใช้วัดค่า EC ได้แก่
EC วัด “ความสามารถในการนำไฟฟ้า”
TDS (Total Dissolved Solids) วัด “ปริมาณของแข็งที่ละลายในน้ำ” โดยทั่วไปสามารถประมาณค่า TDS จาก EC ได้ด้วยการคูณค่าคงที่ (เช่น 0.5–0.7)
ขึ้นอยู่กับการใช้งาน เช่น
เครื่องวัดค่า EC ใช้หลักการวัดความต้านทานไฟฟ้าของน้ำ โดยปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านหัวโพรบ (Electrode) แล้วคำนวณออกมาเป็นค่าความนำไฟฟ้า
จำเป็นต้องสอบเทียบอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้สารละลายมาตรฐาน เพื่อให้ค่าที่วัดมีความแม่นยำ
มีผลโดยตรง เพราะเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ค่า EC จะเพิ่มขึ้น เครื่องวัดที่ดีจึงมักมีระบบชดเชยอุณหภูมิอัตโนมัติ (ATC)