×

:

Not a valid Time
ฟิลด์นี้จำเป็น
สลับเส้นทาง
รถเข็นของฉัน 0

Electrical Conductivity Meter (เครื่องวัดค่าความนำไฟฟ้าของน้ำ)

รายละเอียดของ Electrical Conductivity Meter (เครื่องวัดค่าความนำไฟฟ้าของน้ำ)

ตัวเครื่องมือ Electrical Conductivity Meter หรือ เครื่องวัดค่าความนำไฟฟ้าของน้ำ ถือว่าเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญในการปรับปรุงคุณภาพน้ำ ซึ่งการใช้งานเครื่องมือนี้จะช่วยให้บุคลากรที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการปรับปรุงคุณภาพน้ำ มีข้อมูลที่สำคัญในการตัดสินใจ สำหรับการปรับปรุงสภาพน้ำและจัดการสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

การนำไฟฟ้าของน้ำมีความสำคัญในหลาย ๆ ด้าน เช่น การประเมินคุณภาพน้ำ, การใช้น้ำในเกษตรกรรม และการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ในน้ำ นอกจากนี้การนำไฟฟ้าของน้ำยังมีบทบาทสำคัญในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับน้ำด้วย การวัดค่านี้สามารถช่วยให้เราเข้าใจและสามารถปรับปรุงคุณภาพและการใช้งานน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หน่วยในการวัดค่าความนำไฟฟ้าของน้ำ (Electrical Conductivity) จะนิยมรายงานค่าในหน่วย mS/cm และ µS/cm ซึ่งเป็นหน่วยที่รองรับในระดับสากล

ความสามารถในการนำไฟฟ้าของน้ำนั้นมักถูกวัดโดยใช้ค่า Electrical Conductivity (EC) ซึ่งเป็นค่าที่ใช้วัดปริมาณของกระแสไฟฟ้าที่สามารถผ่านน้ำได้ น้ำที่มีค่าความนำไฟฟ้าสูงมักจะมีปริมาณสารละลายที่มาก เช่น โซเดียมคลอไรด์ (NaCl) หรือเกลืออื่น ๆ ดังนั้นน้ำทะเลมักจะมีค่าความนำไฟฟ้าสูงกว่าน้ำจืด เนื่องจากมีเกลือละลายอยู่มากในน้ำทะเล 

ประเภทของเครื่อง Electrical Conductivity Meter (เครื่องวัดค่าความนำไฟฟ้าของน้ำ)

  1. มิเตอร์วัดค่าความนำไฟฟ้าแบบมือถือ (Portable Electrical Conductivity Meters) เป็นเครื่องมือที่มีขนาดเล็กพกพาสะดวก มักใช้ในการวัดค่า EC ของน้ำในด้านงานเกษตร หรืองานวัดทั่ว ๆ ไป ใช้งานง่ายและมีราคาที่ย่อมเยา
  2. เครื่องวัดและควบคุมค่าความนำไฟฟ้าแบบติดตั้ง (Panel Electrical Conductivity Controller) เป็นเครื่องมือที่ติดตั้งเพื่อใช้วัดและควบคุมค่าความนำไฟฟ้าในระบบน้ำของโรงเรือนเกษตร, ระบบน้ำในกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม, การควบคุมน้ำเสีย
  3. มิเตอร์วัดค่าความนำไฟฟ้าแบบตั้งโต๊ะ (Bench-top Electrical Conductivity Meters) เป็นเครื่องมือที่มีขนาดใหญ่กว่าแบบพกพา เหมาะสำหรับใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพน้ำในห้องปฏิบัติการ (Laboratory), งานวิจัย, งานด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งเครื่องวัดประเภทนี้จะมีความเที่ยงตรงและความละเอียดในการวัดที่สูงมาก
  4. มิเตอร์วัดค่าความนำไฟฟ้าแบบปากกา (Pen type Electrical Conductivity Meters) เครื่องมือวัดประเภทนี้มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก ใช้งานง่าย ราคาถูก แต่ค่าความเที่ยงตรงหรือความละเอียดในการวัดอาจไม่สูงมากนัก

รับชม Catalog  Electrical Conductivity Meter : คลิกที่นี่

เลือกซื้อโดย
ดูในมุมมอง ตาราง รายการ

2 รายการ

ตั้งค่าเรียงจากมากไปน้อย
ต่อหน้า

คำถาม–คำตอบที่พบบ่อยของ Electrical Conductivity Meter (เครื่องวัดค่าความนำไฟฟ้าของน้ำ)

1. ค่า EC คืออะไร?

ค่า EC (Electrical Conductivity) คือค่าที่ใช้วัดความสามารถของน้ำในการนำกระแสไฟฟ้า ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณไอออนหรือแร่ธาตุที่ละลายอยู่ในน้ำ เช่น เกลือ แร่ธาตุ หรือสารเคมีต่าง ๆ

2. ค่า EC บอกอะไรเกี่ยวกับคุณภาพน้ำ?

ค่า EC ช่วยบอกระดับความเข้มข้นของสารละลายในน้ำ หากค่า EC สูง แสดงว่ามีสารละลายมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพน้ำ เช่น น้ำเค็ม น้ำเสีย หรือความเหมาะสมในการใช้งาน

3. หน่วยของค่า EC คืออะไร?

หน่วยที่ใช้วัดค่า EC ได้แก่

  • µS/cm (ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร)
  • mS/cm (มิลลิซีเมนส์ต่อเซนติเมตร)

4. ค่า EC กับค่า TDS ต่างกันอย่างไร?

EC วัด “ความสามารถในการนำไฟฟ้า”
TDS (Total Dissolved Solids) วัด “ปริมาณของแข็งที่ละลายในน้ำ” โดยทั่วไปสามารถประมาณค่า TDS จาก EC ได้ด้วยการคูณค่าคงที่ (เช่น 0.5–0.7)

5. ค่า EC ที่เหมาะสมควรอยู่ที่เท่าไหร่?

ขึ้นอยู่กับการใช้งาน เช่น

  • น้ำดื่ม: ประมาณ 50–500 µS/cm
  • น้ำเกษตร: 200–2,000 µS/cm
  • น้ำอุตสาหกรรม: แตกต่างตามกระบวนการผลิต

6. เครื่องวัดค่า EC ทำงานอย่างไร?

เครื่องวัดค่า EC ใช้หลักการวัดความต้านทานไฟฟ้าของน้ำ โดยปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านหัวโพรบ (Electrode) แล้วคำนวณออกมาเป็นค่าความนำไฟฟ้า

7. ต้องสอบเทียบ (Calibration) เครื่องวัด EC หรือไม่?

จำเป็นต้องสอบเทียบอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้สารละลายมาตรฐาน เพื่อให้ค่าที่วัดมีความแม่นยำ

8. อุณหภูมิมีผลต่อค่า EC หรือไม่?

มีผลโดยตรง เพราะเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ค่า EC จะเพิ่มขึ้น เครื่องวัดที่ดีจึงมักมีระบบชดเชยอุณหภูมิอัตโนมัติ (ATC)

9. ค่า EC ใช้ในอุตสาหกรรมอะไรบ้าง?

  • อุตสาหกรรมน้ำและน้ำเสีย
  • ระบบบำบัดน้ำ
  • เกษตรและไฮโดรโปนิกส์
  • อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
  • โรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป

10. ค่า EC สูงหรือต่ำเกินไปมีผลอย่างไร?

  • สูงเกินไป: อาจทำให้เกิดการกัดกร่อน หรือส่งผลเสียต่อพืช/กระบวนการผลิต
  • ต่ำเกินไป: อาจบ่งชี้ว่าน้ำขาดแร่ธาตุที่จำเป็น