×

:

Not a valid Time
ฟิลด์นี้จำเป็น
สลับเส้นทาง
รถเข็นของฉัน 0

Current Transformers (ตัวแปลงกระแสไฟฟ้า)

Current Transformers คืออะไร?

Current Transformers (CT) คือหม้อแปลงกระแสไฟฟ้า ใช้สำหรับการแปลงกระแสไฟฟ้าสูงในวงจรหลักให้เป็นกระแสไฟฟ้าต่ำ สามารถวัดได้โดยเครื่องมือวัดหรือรีเลย์ป้องกัน เพื่อตรวจสอบกับควบคุมการทำงานของระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยหลักการทำงานนั้นจะใช้หลักการแม่เหล็กไฟฟ้า โดยมีกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านขดลวดปฐมภูมิ (Primary Winding) ที่อยู่ในวงจรหลัก จะสร้างสนามแม่เหล็กที่แปรผันตามกระแสไฟฟ้า สนามแม่เหล็กนี้จะเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าในขดลวดทุติยภูมิ (Secondary Winding) ซึ่งเชื่อมต่อกับอุปกรณ์วัด กระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในขดลวดทุติยภูมิจะมีค่าเป็นอัตราส่วนที่ลดลงจากกระแสไฟฟ้าในวงจรหลักตามอัตราส่วนการแปลง (Transformation Ratio) ของ Current Transformer นั้นๆ

ประเภทของ Current Transformers

  • Wound Primary Current Transformers มีขดลวดปฐมภูมิที่มีจำนวนรอบที่แน่นอน กระแสไฟฟ้าในขดลวดปฐมภูมิจะเป็นกระแสที่ต้องการวัดโดยตรง
  • Bar-Type Current Transformers ใช้บัสบาร์ (Busbar) เป็นขดลวดปฐมภูมิ เหมาะสำหรับการใช้งานในวงจรที่มีกระแสไฟฟ้าสูง
  • Window-Type Current Transformers มีรูผ่านกลางให้สายไฟหลักหรือบัสบาร์ผ่าน ใช้งานง่ายและติดตั้งได้สะดวก
  • Split-Core Current Transformers มีแกนแม่เหล็กที่สามารถแยกออกได้ เหมาะสำหรับการติดตั้งในวงจรที่ไม่สามารถหยุดการทำงานได้

การใช้งานของ Current Transformers

  • ใช้ในการตรวจสอบและวัดกระแสไฟฟ้าในระบบไฟฟ้าหรือสถานีไฟฟ้า สำหรับการบำรุงรักษาและการจัดการพลังงานในอุตสาหกรรมพลังงาน
  • การป้องกันระบบไฟฟ้า ใช้ร่วมกับรีเลย์ป้องกัน (Protective Relays) เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร, ไฟฟ้ารั่วและควบคุมกระแสไฟฟ้าในเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าในอุตสาหกรรมการผลิต
  • การควบคุมและวิเคราะห์คุณภาพพลังงานไฟฟ้า - ใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพพลังงานไฟฟ้าและการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้า
  • ใช้ในการติดตั้งและตรวจสอบระบบไฟฟ้าในอาคารและโครงการก่อสร้างในอุตสาหกรรมก่อสร้าง
  • ใช้ในการตรวจสอบและวิเคราะห์ระบบไฟฟ้าในยานพาหนะไฟฟ้าสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์

แบรนด์ดังของ Current Transformers

  1. ABB แบรนด์ชั้นนำที่มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพและความน่าเชื่อถือในอุปกรณ์ไฟฟ้า
  2. Eaton แบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและเชี่ยวชาญในการจัดการพลังงาน
  3. GE Grid Solutions แบรนด์ที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าและการจัดการระบบพลังงาน
  4. KEPLER INSTRUMENTS แบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มีคุณภาพสูงและมีความหน้าเชื่อถือ
  5. Schneider Electric แบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายและเชี่ยวชาญในด้านการจัดการพลังงาน
  6. Siemens แบรนด์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในระบบไฟฟ้า

รับชม Catalog Current Transformers : คลิกที่นี่

เลือกซื้อโดย
ดูในมุมมอง ตาราง รายการ

รายการ 1-48 ของ 85

ตั้งค่าเรียงจากมากไปน้อย
หน้า
ต่อหน้า

Current Transformer (CT) คืออะไร? ทำงานอย่างไร? เลือกยังไงดี?

Current transformer หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า ct คืออะไร? ทำไมจึงเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ในตู้คอนโทรลและระบบไฟฟ้าแรงสูง? บทความนี้จะพาไปไขคำตอบแบบเจาะลึกเกี่ยวกับ หม้อแปลงไฟฟ้าคืออะไร ตั้งแต่หน้าที่พื้นฐาน หลักการทำงานที่น่าทึ่ง ไปจนถึงวิธีการเลือกสเปคให้ "Match" กับหน้างานจริง เพื่อให้ระบบไฟฟ้าของคุณทำงานได้อย่างปลอดภัยและแม่นยำที่สุด หากต้องการคำปรึกษาด่วนเกี่ยวกับการเลือก ตัวแปลงกระแสไฟฟ้า สามารถติดต่อทีมวิศวกรได้ที่นี่

ทำความรู้จัก Current Transformer (CT) หรือ หม้อแปลงวัดกระแส

Current Transformer หรือ ct คืออะไร ในทางวิศวกรรมไฟฟ้า คืออุปกรณ์ประเภทหม้อแปลง (Instrument Transformer) ที่ทำหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้าในวงจรที่มีค่าสูง (High Current) ให้ลดลงเหลือค่าต่ำมาตรฐาน (Low Current) เช่น 1A หรือ 5A เพื่อให้สามารถต่อเข้ากับเครื่องมือวัด (Meter), รีเลย์ป้องกัน (Protection Relay) หรืออุปกรณ์ควบคุมต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องนำอุปกรณ์เหล่านั้นไปต่อกับสายไฟแรงสูงโดยตรง ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องความปลอดภัยแล้ว ยังช่วยลดขนาดและต้นทุนของเครื่องมือวัดให้เล็กลงอีกด้วย หากไม่มี หม้อแปลงกระแส ct การวัดกระแสหลักพันแอมป์คงเป็นเรื่องที่อันตรายและยุ่งยากมาก

CT คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรในระบบไฟฟ้า?

CT ทำหน้าที่เป็น "ตัวกลาง" ในการสื่อสารระหว่างระบบไฟฟ้ากำลัง (Power System) และระบบวัดคุม (Instrumentation) โดยการ current transformer ทําหน้าที่ ส่งผ่านข้อมูลกระแสไฟฟ้าในรูปแบบที่ย่อส่วนลงมาอย่างเที่ยงตรง ความสำคัญของ CT จึงเปรียบเสมือนดวงตาของระบบไฟฟ้า หาก CT ให้ค่าผิดเพี้ยน เครื่องวัดก็จะแสดงค่าผิด และรีเลย์ป้องกันอาจทำงานผิดพลาดจนเกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าราคาแพงได้ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์วัดกระแสได้ที่นี่

ความแตกต่างระหว่าง Current Transformer และ Voltage Transformer (VT/PT)

ในขณะที่ Current Transformer ใช้สำหรับแปลง "กระแส" Voltage Transformer (VT) หรือ Potential Transformer (PT) จะใช้สำหรับแปลง "แรงดัน" แม้ทั้งคู่จะเป็น หม้อแปลง transformer เหมือนกัน แต่โครงสร้างและการต่อวงจรต่างกันโดยสิ้นเชิง CT จะต่ออนุกรมกับโหลด (Series) เพื่อวัดกระแสไหลผ่าน ส่วน VT จะต่อขนานกับวงจร (Parallel) เพื่อวัดความต่างศักย์ การใช้งานผิดประเภทอาจทำให้อุปกรณ์ระเบิดได้ทันที

หลักการทำงานของ Current Transformer แบบเข้าใจง่าย

หลักการพื้นฐานของ current transformer หลักการทํางาน อาศัยกฎการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Induction) ของฟาราเดย์ เช่นเดียวกับ หม้อแปลงไฟฟ้าคืออะไร ทั่วไป แต่มีความแตกต่างที่การออกแบบ โดย CT จะใช้สายไฟเมนเส้นใหญ่ที่มีกระแสไหลผ่านเป็นขดลวดปฐมภูมิ (Primary Winding) ซึ่งมักมีเพียง 1 รอบ หรือไม่กี่รอบ (Bar Type) และมีขดลวดทุติยภูมิ (Secondary Winding) พันรอบแกนเหล็กจำนวนหลายรอบ เมื่อกระแสไหลผ่านสายเมน จะสร้างสนามแม่เหล็กรอบๆ สายไฟ ซึ่งสนามแม่เหล็กนี้จะไปเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าไหลในขดลวดทุติยภูมิในอัตราส่วนที่แปรผกผันกับจำนวนรอบของขดลวด ศึกษาหลักการทำงานเชิงลึกได้ที่นี่

การเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าใน CT

เมื่อกระแสไฟฟ้า AC ไหลผ่านตัวนำ จะเกิดเส้นแรงแม่เหล็ก (Magnetic Flux) วิ่งวนรอบตัวนำนั้น แกนเหล็กของ CT จะทำหน้าที่รวบรวมเส้นแรงแม่เหล็กนี้ส่งต่อไปยังขดลวดทุติยภูมิ ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนหรือกระแสไฟฟ้าในวงจรรอง ซึ่งกระแสที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นสัดส่วนที่แน่นอนกับกระแสในวงจรหลัก (Ratio) ทำให้เราสามารถคำนวณค่ากระแสจริงได้จากการวัดค่าที่ขดลวดรอง

ทำไม CT ถึงช่วยลดกระแสไฟฟ้าได้?

ตามสูตรของหม้อแปลง $N_1 \times I_1 = N_2 \times I_2$ (จำนวนรอบ x กระแส) เนื่องจากขดลวดปฐมภูมิมีจำนวนรอบน้อยมาก (มักเป็น 1 รอบ) และขดลวดทุติยภูมิมีจำนวนรอบมาก กระแสที่ได้ทางฝั่งทุติยภูมิจึงมีค่าน้อยลงตามสัดส่วน ตัวอย่างเช่น ct 100 5 หมายความว่า หากกระแสฝั่งขาเข้า 100A กระแสฝั่งขาออกจะถูกลดทอนเหลือเพียง 5A (ลดลง 20 เท่า) ทำให้ปลอดภัยต่อการนำไปใช้งาน

ส่วนประกอบหลักของ CT

ส่วนประกอบสำคัญได้แก่ 1. แกนเหล็ก (Core) ทำจากเหล็กซิลิกอนหรือวัสดุที่มีความซึมซาบแม่เหล็กสูง 2. ขดลวดทุติยภูมิ (Secondary Winding) ทำจากลวดทองแดงเคลือบน้ำยาฉนวน พันรอบแกนเหล็ก และ 3. ฉนวนไฟฟ้า (Insulation) เพื่อป้องกันไฟรั่วระหว่างขดลวดกับแกนเหล็ก หรือระหว่างสายเมนกับตัวถัง CT ซึ่งความหนาของฉนวนจะเป็นตัวกำหนดพิกัดแรงดันใช้งานของ หม้อแปลง ct

Current Transformer มีกี่ประเภท? เลือกใช้แบบไหนดี

การแบ่งประเภทของ current transformers สามารถทำได้หลายวิธี ทั้งตามลักษณะการใช้งานและตามโครงสร้างทางกายภาพ การเลือกใช้ผิดประเภทอาจส่งผลต่อความแม่นยำและความปลอดภัยของระบบ

ประเภทแบ่งตามการใช้งาน (Measuring vs. Protection CTs)

  1. Measuring CT (สำหรับวัด): ออกแบบมาให้มีความแม่นยำสูงในช่วงกระแสใช้งานปกติ (Normal Load) เพื่อให้ ct มิเตอร์ อ่านค่าได้ถูกต้อง แต่จะอิ่มตัว (Saturate) เร็วเมื่อเกิดกระแสลัดวงจร เพื่อป้องกันเครื่องวัดเสียหาย
  2. Protection CT (สำหรับป้องกัน): ออกแบบมาให้ทำงานได้แม้กระแสสูงกว่าพิกัดหลายเท่า (Overload) โดยไม่เกิดการอิ่มตัว เพื่อส่งสัญญาณให้รีเลย์สั่งตัดวงจรเมื่อเกิดความผิดปกติ เน้นความเชื่อถือได้มากกว่าความแม่นยำละเอียด

ประเภทแบ่งตามโครงสร้าง (Wound, Toroidal/Window, Bar-type)

  • Wound Type: มีขดลวดปฐมภูมิพันอยู่ภายใน เหมาะสำหรับกระแสต่ำๆ ที่ต้องการความแม่นยำสูง
  • Window/Toroidal Type: เป็นทรงโดนัท มีรูตรงกลางให้สายไฟร้อยผ่าน นิยมใช้มากที่สุดเพราะติดตั้งง่ายและราคาประหยัด
  • Bar-type: มีบาร์ทองแดงหรืออลูมิเนียมเป็นขั้วต่อในตัว เหมาะสำหรับติดตั้งในตู้สวิตช์บอร์ดที่ต้องรับแรงทางกลจากกระแสลัดวงจร

ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของ CT แต่ละประเภท

(ควรมีตารางเปรียบเทียบ เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพชัดเจน เช่น Window Type ติดตั้งง่ายแต่ความแม่นยำอาจลดลงหากจัดสายไม่ดี ส่วน Wound Type แม่นยำแต่ราคาสูงและรับกระแสได้จำกัด)

วิธีเลือก Current Transformer ให้เหมาะสมกับงาน

การเลือก ตัวแปลงกระแสไฟฟ้า ไม่ใช่แค่ดูพิกัดกระแส แต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยทางวิศวกรรมหลายด้านเพื่อให้ได้ค่าที่ถูกต้องและอุปกรณ์ไม่เสียหาย

การคำนวณอัตราส่วน (CT Ratio) ที่ถูกต้อง

Ct ratio คือ อัตราส่วนระหว่างกระแสปฐมภูมิและทุติยภูมิ (เช่น 100/5, 400/5) ควรเลือกพิกัดกระแสปฐมภูมิให้สูงกว่ากระแสโหลดสูงสุด (Max Load) เล็กน้อย (ประมาณ 1.25 เท่า) เพื่อให้เข็มมิเตอร์ชี้อยู่ในช่วงที่อ่านง่ายและมีความละเอียด ไม่ควรเลือกเผื่อมากเกินไปเพราะจะทำให้ค่าที่อ่านได้ในช่วงกระแสต่ำมีความคลาดเคลื่อนสูง

ทำความเข้าใจค่า Burden (VA)

Burden คือภาระกำลังไฟฟ้า (Volt-Ampere) ที่ CT สามารถจ่ายได้โดยยังคงความแม่นยำ ต้องเลือกค่า VA ของ CT ให้มากกว่าผลรวมของ VA ของอุปกรณ์ทั้งหมดที่ต่อพ่วง (เช่น มิเตอร์, สายไฟ) หาก Burden ของโหลดมากกว่าที่ CT จ่ายไหว ค่าที่วัดได้จะตกลงและผิดเพี้ยน

การเลือกคลาสความแม่นยำ (Accuracy Class)

สำหรับงานวัดซื้อขายไฟฟ้า (Billing) ต้องใช้ Class 0.2 หรือ 0.5 (ความคลาดเคลื่อน 0.2% หรือ 0.5%) ส่วนงานวัดทั่วไปในโรงงานใช้ Class 1.0 หรือ 3.0 ก็เพียงพอ การเลือก Class สูงเกินความจำเป็นจะทำให้ current transformer ราคา แพงโดยใช่เหตุ

ขนาดรู (Window Size) และการติดตั้ง

ต้องเลือกขนาดรูของ CT ให้ใหญ่กว่าขนาดสายไฟหรือบัสบาร์ที่จะร้อยผ่านเล็กน้อย หากคับเกินไปอาจทำให้ฉนวนสายไฟเสียหายได้ หรือหากหลวมเกินไปและจัดสายไม่กึ่งกลาง อาจมีผลต่อความแม่นยำ

แรงดันไฟฟ้าของระบบ (System Voltage)

ฉนวนของ CT ต้องทนแรงดันของระบบได้ เช่น CT สำหรับระบบ Low Voltage (400V) ไม่สามารถนำไปใช้กับระบบ High Voltage ได้ แม้กระแสจะเท่ากัน เพราะฉนวนจะทะลุและเกิดการลัดวงจรลงดิน ศึกษามาตรฐานอุปกรณ์ได้ที่นี่

ขั้นตอนการติดตั้งและข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัย

การติดตั้ง CT มีกฎเหล็กด้านความปลอดภัยที่ช่างไฟทุกคนต้องท่องจำให้ขึ้นใจ เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงชีวิตหรืออุปกรณ์ระเบิดได้

การติดตั้ง CT ที่ถูกต้อง (ทิศทาง P1, P2)

บนตัว ct หม้อแปลง จะมีสัญลักษณ์ P1 (K) และ P2 (L) กำกับทิศทางกระแสไหลเข้าและออก ต้องหันด้าน P1 ไปทางแหล่งจ่ายไฟ (Source) และ P2 ไปทางโหลด (Load) หากต่อกลับด้าน มิเตอร์วัดพลังงาน (Watt-hour meter) จะหมุนกลับทางหรืออ่านค่าผิด

อันตรายจากการเปิดวงจรด้านทุติยภูมิ (Secondary Open-Circuit)

ห้าม เปิดวงจรด้านทุติยภูมิ (S1, S2) ของ CT ในขณะที่มีกระแสไหลในด้านปฐมภูมิเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำสูงมาก (High Voltage) ที่ขั้วต่อ ซึ่งอาจทำให้ฉนวนระเบิด เกิดประกายไฟ หรือไฟดูดผู้ปฏิบัติงานได้ หากต้องการถอดมิเตอร์ต้องทำการลัดวงจร (Short Circuit) ขั้ว S1 และ S2 เข้าหากันก่อนเสมอ

การต่อลงดิน (Grounding) ที่จำเป็น

ตามมาตรฐานความปลอดภัย ต้องต่อลงดินที่ขั้วใดขั้วหนึ่งของขดลวดทุติยภูมิ (ปกติมักใช้ขั้ว S2) เพื่อป้องกันอันตรายหากฉนวนระหว่างขดลวดปฐมภูมิและทุติยภูมิชำรุด ทำให้ไฟแรงสูงรั่วเข้ามาในวงจรวัด

การประยุกต์ใช้งาน Current Transformer ในอุตสาหกรรม

CT ถูกนำไปใช้งานอย่างกว้างขวาง ไม่ใช่แค่เพื่อการวัดค่า แต่ยังเป็นส่วนสำคัญของระบบจัดการพลังงานและการป้องกันความเสียหาย

การใช้วัดค่าพลังงานไฟฟ้ากับ Power Meter

มิเตอร์ประกอบ ct แรงต่ำ เป็นรูปแบบการใช้งานที่พบบ่อยที่สุด โดย CT จะส่งสัญญาณกระแสไปให้ Power Meter คำนวณค่า kW, kWh, kVar เพื่อใช้ในการคิดค่าไฟและวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้พลังงาน ดูข้อมูลมิเตอร์ได้ที่นี่

การใช้ในระบบป้องกัน (Protective Relaying)

ทำงานร่วมกับ Overcurrent Relay เพื่อตัดวงจรเมื่อกระแสเกินพิกัด หรือทำงานร่วมกับ Earth Fault Relay เพื่อป้องกันไฟรั่วลงดิน ช่วยปกป้องมอเตอร์และหม้อแปลงไฟฟ้าจากการไหม้เสียหาย

การใช้ในระบบควบคุมโหลด (Load Monitoring)

ใช้สัญญาณจาก CT ป้อนเข้าสู่ PLC หรือ current transducer เพื่อตรวจสอบสถานะการทำงานของมอเตอร์ ว่ากำลังทำงาน เดินตัวเปล่า (Underload) หรือรับภาระเกิน (Overload) เพื่อสั่งการในกระบวนการผลิตอัตโนมัติ ศึกษาเรื่อง Transducer เพิ่มเติมที่นี่

หากคุณกำลังมองหา Current Transformer ให้นึกถึง SCMA!

หากคุณต้องการ Current Transformer คุณภาพสูง แม่นยำ และทนทาน หรือกำลังมองหา ตัวแปลงกระแสไฟ รุ่นพิเศษที่หาซื้อยาก SCMA พร้อมเป็นคำตอบให้กับคุณ เรามีสินค้าหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ พร้อมทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำในการเลือกสเปค การติดตั้ง และการแก้ปัญหาหน้างาน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบไฟฟ้าของคุณจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด ชมสินค้าทั้งหมดได้ที่นี่

สรุป

Current Transformer เป็นอุปกรณ์เล็กๆ ที่มีความสำคัญมหาศาลในระบบไฟฟ้า การเข้าใจหลักการทำงานและวิธีการเลือกซื้อที่ถูกต้อง จะช่วยให้วิศวกรและช่างไฟฟ้าสามารถออกแบบและดูแลรักษาระบบได้อย่างมืออาชีพ ลดความเสี่ยง และประหยัดงบประมาณในระยะยาว หากคุณต้องการยกระดับความปลอดภัยและความแม่นยำในการวัดไฟฟ้า อย่าลืมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก SCMA ติดต่อเราได้ทันทีที่นี่

คำถามที่พบบ่อย

CT 100/5A หมายความว่าอย่างไร?

หมายถึง CT ตัวนี้มีอัตราส่วนการแปลง (Ratio) ที่ 100 ต่อ 5 หากมีกระแสไหลผ่านด้านไฟเข้า (Primary) 100 แอมป์ จะมีกระแสไหลออกด้านไฟออก (Secondary) 5 แอมป์ ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานสำหรับมิเตอร์ส่วนใหญ่

จำเป็นต้องเลือก CT ที่มีพิกัดกระแสสูงกว่าโหลดเสมอไปหรือไม่?

ใช่ ควรเลือกพิกัดกระแสปฐมภูมิของ CT ให้สูงกว่ากระแสโหลดสูงสุดเล็กน้อย (เช่น โหลด 80A ใช้ CT 100/5A) เพื่อป้องกัน CT อิ่มตัวและเสียหาย แต่ไม่ควรสูงเกินไปนัก เพราะจะทำให้อ่านค่าที่กระแสต่ำๆ ได้ไม่แม่นยำ

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าติดตั้ง CT กลับทิศทาง?

หากต่อด้าน P1/P2 สลับกัน กระแสทางด้านทุติยภูมิจะมีเฟสกลับกัน 180 องศา ผลคือค่า Watt (กำลังไฟฟ้า) ที่วัดได้อาจติดลบ หรือหากเป็นระบบ 3 เฟส ค่ารวมพลังงานจะผิดเพี้ยนไปจากความจริงอย่างมาก