Sound Level Meter

เครื่องวัดระดับเสียงหรือ Sound Level Meter คืออุปกรณ์ที่มีความสำคัญอย่างมากในการวัดและประเมินระดับความดังของเสียงในสภาพแวดล้อมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในโรงงานอุตสาหกรรม สถานที่ก่อสร้าง หรือในชีวิตประจำวัน เครื่องมือนี้ช่วยให้เราสามารถควบคุมมลภาวะทางเสียงและปกป้องสุขภาพของมนุษย์จากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากเสียงที่ดังเกินไป บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ เครื่องวัดเสียง Sound Level Meter อย่างละเอียด

Sound Level Meter (เครื่องวัดระดับเสียง) คืออะไร?

Sound Level Meter

เครื่องตรวจวัดเสียง หรือ Sound Level Meter คือ อุปกรณ์ที่ใช้วัดระดับความดังของเสียงมีหน่วยเป็น dB (เดซิเบล) ที่รวมฟังก์ชันการทำงานหลายอย่างไว้ในเครื่องเดียว สามารถตรวจจับและวิเคราะห์คลื่นเสียงในสภาพแวดล้อมต่างๆ แสดงผลเป็นค่าตัวเลขที่นำไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานความปลอดภัยได้ เมื่อใช้งานควรจับและยืดแขนให้สุดหรือใช้ขาตั้งเพื่อลดผลกระทบของร่างกายต่อการวัด ใช้อย่างแพร่หลายในงานอาชีวอนามัย การควบคุมมลภาวะทางเสียง และงานวิศวกรรมเสียง

หลักการทำงาน Sound Level Meter

ไมโครโฟนคุณภาพสูงทำหน้าที่เป็นหูของเครื่อง โดยมีไดอะแฟรมบางเบาที่สั่นสะเทือนตามคลื่นเสียงที่มากระทบ การสั่นนี้ถูกแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าที่มีความเข้มสัมพันธ์โดยตรงกับความดังของเสียง จากนั้นวงจรขยายสัญญาณ (Amplifier) จะเพิ่มความแรงของสัญญาณไฟฟ้าอ่อนๆ ให้แข็งแรงพอที่จะนำไปประมวลผลต่อ

ส่วนสำคัญคือวงจรถ่วงน้ำหนักความถี่ (Frequency Weighting) ที่ปรับแต่งสัญญาณให้ใกล้เคียงกับการรับฟังของหูมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นแบบ A-weighting ที่จำลองการได้ยินเสียงที่ระดับต่ำ หรือ C-weighting สำหรับเสียงดังๆ ระบบประมวลผลอัจฉริยะจะคำนวณค่าต่างๆ เช่น ค่าเฉลี่ย (Leq) ค่าสูงสุด (Lmax) หรือค่าสถิติอื่นๆ ที่จำเป็น

เพื่อความแม่นยำสูงสุด เครื่องวัดมักมีอุปกรณ์เสริมอย่างกระจกบังลม (Windscreen) ลดเสียงรบกวนจากลม ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือแม้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย สุดท้ายข้อมูลทั้งหมดจะถูกแสดงเป็นตัวเลขในหน่วยเดซิเบลบนหน้าจอ และในเครื่องรุ่นใหม่สามารถบันทึกข้อมูลเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มของเสียงในระยะยาวได้อีกด้วย

ประโยชน์เครื่องวัดระดับเสียง (Sound Level Meter)

Sound Level Meter

ประโยชน์เครื่องตรวจวัดเสียง มีมากมายในหลายด้านทั้งการป้องกันสุขภาพ การปฏิบัติตามกฎหมาย และการพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เครื่องมือนี้ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบและควบคุมมลภาวะทางเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องการได้ยินและสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

  1. การป้องกันการได้ยิน: ใช้ตรวจสอบระดับเสียงในสถานที่ทำงานและพื้นที่สาธารณะ ป้องกันการสูญเสียการได้ยิน หูอื้อ และปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่เกิดจากการสัมผัสเสียงดังเกินไป
  2. การปฏิบัติตามกฎระเบียบ: ช่วยให้สถานประกอบการปฏิบัติตามข้อบังคับด้านเสียงที่กำหนดโดยภาครัฐ ทั้งในสถานที่ทำงาน บริเวณที่พักอาศัย และพื้นที่สาธารณะ
  3. การระบุพื้นที่เสี่ยง: ช่วยระบุพื้นที่ที่มีระดับเสียงสูงผิดปกติ เช่น ใกล้ถนนที่พลุกพล่านหรือเขตอุตสาหกรรม ทำให้สามารถกำหนดมาตรการลดเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน: ช่วยควบคุมระดับเสียงในที่ทำงานให้เหมาะสม ลดการเสียสมาธิและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน นำไปสู่การลดข้อผิดพลาดและเพิ่มผลผลิต
  5. การรับประกันความปลอดภัย: มีความสำคัญในพื้นที่เสี่ยงอันตราย เช่น สถานที่ก่อสร้างหรือโรงงานอุตสาหกรรม ช่วยให้พนักงานสามารถได้ยินสัญญาณเตือนและสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

ประเภทของ Sound Level Meter

เครื่องวัดความดังเสียงมีหลากหลายประเภทที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะทาง ตั้งแต่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องการความแม่นยำสูง ไปจนถึงการตรวจวัดทั่วไปในภาคอุตสาหกรรมและชุมชน การเลือกใช้เครื่องวัดความดังเสียงประเภทที่เหมาะสมจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือและคุ้มค่ากับการลงทุน

Class 1 Sound Level Meter

เครื่องมือระดับไฮเอนด์สำหรับมืออาชีพที่มีความแม่นยำสูงสุด (±1.5 dB) ตามมาตรฐาน IEC 61672-1 เหมาะสำหรับนักวิจัย วิศวกรเสียง หรืองานที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น การทำแผนที่เสียง (Noise Mapping) และการตรวจวัดเพื่อการบังคับใช้กฎหมาย เครื่องระดับนี้มีราคาสูงและต้องได้รับการสอบเทียบ (Calibration) อย่างสม่ำเสมอ

Class 2 Sound Level Meter

ทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับการใช้งานทั่วไป มีความแม่นยำในระดับที่ยอมรับได้ (±2.0 dB) เหมาะสำหรับการตรวจสอบมลภาวะทางเสียงในชุมชน การประเมินสภาพแวดล้อมการทำงาน หรือการตรวจวัดเสียงเบื้องต้น เครื่องประเภทนี้ใช้งานง่าย ราคาย่อมเยา และเป็นที่นิยมในงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

Integrating Sound Level Meter

นวัตกรรมที่ไม่เพียงวัดค่าชั่วขณะ แต่สามารถคำนวณค่าเฉลี่ยตลอดช่วงเวลา (Leq) ซึ่งสำคัญในการประเมินผลกระทบของเสียงต่อสุขภาพระยะยาว เครื่องวัดประเภทนี้สามารถคำนวณค่าสถิติหลากหลาย เช่น ค่าสูงสุด (Lmax) ค่าต่ำสุด (Lmin) และค่าเปอร์เซ็นไทล์ต่างๆ ทำให้เข้าใจลักษณะของเสียงได้อย่างลึกซึ้ง

Logging Sound Level Meter

ผู้ช่วยอัจฉริยะในการเฝ้าระวังระยะยาว มีความสามารถในการบันทึกข้อมูลต่อเนื่องอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมงหรือมากกว่า เก็บข้อมูลไว้ในหน่วยความจำหรือการ์ดหน่วยความจำ พร้อมฟังก์ชันการวิเคราะห์ความถี่แบบ Octave Band รวมถึงการตั้งเวลาวัดอัตโนมัติ ทำให้สามารถติดตามแนวโน้มของเสียงและระบุแหล่งกำเนิดได้อย่างแม่นยำ

เครื่องวัดเสียง dB A, dB C, และ dB Z เป็นวิธีการวัดระดับเสียงที่ใช้สเกลต่างกันในการกรองความถี่เสียงเพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะของเสียงที่มนุษย์ได้ยินและการใช้งานที่ต่างกัน ส่วนพารามิเตอร์ SPL, Leq, SEL, MAX และ Min เป็นค่าที่ใช้ในการวัดและวิเคราะห์เสียงในลักษณะต่าง ๆ

 เครื่องวัดเสียง dB A, dB C, dB Z

-      dBA (A-weighted decibels): เป็นการวัดระดับเสียงที่ถูกปรับให้คล้ายกับการรับรู้เสียงของมนุษย์ ซึ่งมนุษย์มักจะไวต่อความถี่เสียงในช่วง 1,000 - 6,000 Hz มากกว่าเสียงในความถี่ต่ำและสูงเกินไป การใช้ dBA เหมาะสำหรับการวัดเสียงในสภาพแวดล้อมทั่วไป เช่น เสียงในที่ทำงาน หรือเสียงที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการทำงาน

-      dBC (C-weighted decibels): มีการตอบสนองต่อความถี่ที่ค่อนข้างแบนราบและคล้ายกับหูของมนุษย์ในระดับเสียงที่สูงมาก ๆ โดย dBC จะให้ค่าการวัดที่เน้นไปที่เสียงความถี่ต่ำมากกว่าเมื่อเทียบกับ dBA ทำให้เหมาะสำหรับการวัดเสียงที่มีความดังมากหรือเสียงเบส เช่น เสียงเครื่องจักรใหญ่ หรือเสียงในคอนเสิร์ต

-      dBZ (Z-weighted decibels): เป็นการวัดเสียงแบบไม่ถ่วงน้ำหนักหรือไม่ปรับค่าตามความถี่ ซึ่งจะวัดเสียงแบบสมบูรณ์ทั้งช่วงความถี่ dBZ เหมาะกับการวัดระดับเสียงเพื่อการวิเคราะห์เสียงทางเทคนิคที่ต้องการข้อมูลดิบของทุกความถี่ เช่น การวิเคราะห์เสียงในห้องทดลอง

พารามิเตอร์ SPL, Leq, SEL, MAX, Min

-            SPL (Sound Pressure Level) : เป็นค่าระดับความดันเสียงที่วัดได้ ณ ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง โดยทั่วไปวัดเป็นค่าเฉลี่ยในช่วงเวลา

-            Leq (Equivalent Continuous Sound Level) : เป็นค่าเฉลี่ยของระดับเสียงที่เทียบเท่าต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งแสดงถึงพลังงานเสียงรวมในช่วงเวลานั้น

-            SEL (Sound Exposure Level) : เป็นค่า Leq ที่คำนวณใหม่เพื่อแสดงพลังงานเสียงสะสมตลอดช่วงเวลาที่กำหนด โดยปรับให้แสดงเป็นระยะเวลา 1 วินาที

-            MAX : เป็นค่าระดับเสียงสูงสุดที่วัดได้ในช่วงเวลาหนึ่ง

-            Min : เป็นค่าระดับเสียงต่ำสุดที่วัดได้ในช่วงเวลาหนึ่ง

 

เครื่องวัดเสียงมีพารามิเตอร์หลายตัวที่ใช้วัดและวิเคราะห์เสียงในสภาพแวดล้อมต่างๆ โดยแต่ละพารามิเตอร์มีลักษณะและการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้:

SPL (Sound Pressure Level)

   - ใช้วัดระดับความดันเสียงในขณะใดขณะหนึ่ง โดยแสดงผลเป็นค่า dB ซึ่งเป็นระดับความดังของเสียงที่รับฟังได้ในช่วงเวลานั้น

   - ใช้งานในกรณีที่ต้องการทราบความดังของเสียง ณ เวลาปัจจุบัน เช่น การวัดเสียงรบกวนในพื้นที่อุตสาหกรรมหรือพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อประเมินว่าระดับเสียงอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้หรือไม่ตามกฎหมายและมาตรฐาน

Leq (Equivalent Continuous Sound Level)

   - เป็นค่าเฉลี่ยของระดับเสียงที่เปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา หรือค่าที่เทียบเท่ากับระดับเสียงคงที่ในระยะเวลาหนึ่ง เช่น 1 ชั่วโมงหรือ 8 ชั่วโมง

   - เหมาะสำหรับการประเมินเสียงในสภาพแวดล้อมที่ระดับเสียงแปรผัน เช่น เสียงจากการจราจร เสียงในสถานที่ทำงาน หรือเสียงจากการผลิตภายในโรงงาน เพื่อพิจารณาผลกระทบระยะยาวที่มีต่อผู้ฟัง

SEL (Sound Exposure Level)

   - ใช้ในการวัดปริมาณเสียงที่สะสมตลอดช่วงเวลาเฉพาะ ซึ่งคำนวณจากการรวมเสียงทั้งหมดในระยะเวลานั้นโดยแสดงเป็นค่าหนึ่งค่าเดียว

   - ใช้ในกรณีที่ต้องการทราบปริมาณเสียงรวมในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น การวัดปริมาณเสียงจากการบินขึ้นลงของเครื่องบินในช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อคำนวณการสัมผัสเสียงของผู้คนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง

 Max (Maximum Sound Level)

   - เป็นค่าระดับเสียงสูงสุดที่วัดได้ในช่วงเวลาที่กำหนด ใช้เพื่อดูระดับเสียงสูงสุดที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์นั้นๆ

   - ใช้ในงานที่ต้องการทราบเสียงสูงสุดที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมเฉพาะ เช่น เสียงเครื่องจักรเมื่อทำงานเต็มกำลัง หรือเสียงของยานพาหนะในช่วงที่มีการเร่งความเร็ว

Min (Minimum Sound Level)

   - เป็นค่าระดับเสียงต่ำสุดที่วัดได้ในช่วงเวลาที่กำหนด ใช้เพื่อดูระดับเสียงต่ำสุดที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์นั้นๆ

   - ใช้ในการประเมินความสงบของพื้นที่ที่ต้องการ เช่น ห้องประชุม ห้องบันทึกเสียง หรือห้องพักผ่อน เพื่อให้แน่ใจว่าระดับเสียงต่ำสุดอยู่ในช่วงที่เหมาะสมสำหรับการใช้งาน

การใช้งานของ Sound Level Meter

Sound Level Meter

เครื่องวัดเสียงเดซิเบลเป็นอุปกรณ์อเนกประสงค์ที่มีการประยุกต์ใช้กว้างขวางในหลายภาคส่วน ทั้งอุตสาหกรรม สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ความบันเทิง และการศึกษาวิจัย การเลือกใช้เครื่องวัดเสียงเดซิเบลที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์จะช่วยให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำและนำไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องในการจัดการเสียง

  • การควบคุมความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน: วัดและควบคุมระดับเสียงในโรงงานอุตสาหกรรมหรือสำนักงาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเสียงดังที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพการได้ยินของพนักงาน และปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย
  • การประเมินผลกระทบต่อชุมชน: ตรวจสอบและวิเคราะห์ระดับเสียงในพื้นที่สาธารณะ บริเวณใกล้สถานที่ก่อสร้าง หรือเขตที่พักอาศัย เพื่อประเมินผลกระทบทางเสียงต่อชุมชนและหาวิธีลดมลภาวะทางเสียง
  • การจัดการเสียงในธุรกิจบันเทิง: ควบคุมระดับเสียงในคอนเสิร์ต โรงภาพยนตร์ สตูดิโอบันทึกเสียง และกิจกรรมบันเทิงอื่นๆ เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีและปลอดภัยสำหรับผู้ชมและศิลปิน
  • การวิจัยและพัฒนา: ใช้ในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเสียง การพัฒนาอุปกรณ์หรือระบบที่เกี่ยวข้องกับเสียง การออกแบบอคูสติกของอาคาร และการทดสอบประสิทธิภาพของวัสดุดูดซับเสียง

ส่วนประกอบของเครื่องวัดเสียง

เครื่องวัดความดังของเสียงเป็นอุปกรณ์ที่มีความซับซ้อนภายใน ประกอบด้วยส่วนประกอบหลักที่ทำงานประสานกันเพื่อให้ได้ผลการวัดที่แม่นยำและเชื่อถือได้ แต่ละชิ้นส่วนมีหน้าที่เฉพาะทางที่สำคัญต่อกระบวนการเปลี่ยนคลื่นเสียงในอากาศให้กลายเป็นค่าตัวเลขที่มีความหมายสำหรับผู้ใช้งาน

  • ไมโครโฟนแบบคอนเดนเซอร์: หัวใจของเครื่องวัดที่ทำหน้าที่รับคลื่นเสียงและแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้า มีความไวสูงและการตอบสนองความถี่กว้าง ทำให้สามารถตรวจจับเสียงได้อย่างแม่นยำ
  • ปรีแอมป์ไมโครโฟน: ขยายสัญญาณไฟฟ้าอ่อนๆ ที่ได้จากไมโครโฟนให้แรงเพียงพอสำหรับการประมวลผลในขั้นตอนต่อไป ช่วยรักษาคุณภาพของสัญญาณและลดสัญญาณรบกวน
  • วงจรถ่วงน้ำหนักความถี่: ปรับแต่งสัญญาณให้เหมาะสมกับการวัด มี 4 ประเภทหลัก คือ A, B, C และ D โดยแต่ละแบบถูกออกแบบให้จำลองการตอบสนองของหูมนุษย์ในสภาวะต่างๆ หรือเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะทาง
  • วงจรตรวจจับ RMS และวงจรค่าเฉลี่ย: ประมวลผลสัญญาณเพื่อคำนวณค่าระดับเสียงในรูปแบบต่างๆ ทั้งค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด และค่าตามสถิติที่ต้องการ ช่วยให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนสำหรับการวิเคราะห์
  • ส่วนแสดงผล: นำเสนอค่าที่วัดได้ในรูปแบบที่ผู้ใช้เข้าใจได้ง่าย มีทั้งแบบดิจิทัล (ตัวเลข) และแบบอนาล็อก (เข็มชี้) ขึ้นอยู่กับรุ่นและการออกแบบของเครื่อง
  • เอาท์พุท AC และ DC: ช่องทางสำหรับส่งข้อมูลออกไปยังอุปกรณ์ภายนอก เช่น เครื่องบันทึกข้อมูล คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องวิเคราะห์สัญญาณขั้นสูง เพื่อการประมวลผลหรือเก็บบันทึกข้อมูลเพิ่มเติม

หากสนใจ Sound Level Meter สามารถซื้อจาก SCMA ได้แล้ววันนี้!

SCMA เป็นผู้จำหน่ายเครื่องวัดระดับเสียงคุณภาพสูงที่ได้มาตรฐานสากล ทั้ง Class 1 และ Class 2 จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก พร้อมให้คำปรึกษาในการเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ นอกจากนี้ SCMA ยังมีบริการสอบเทียบเครื่องมือวัดตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และให้การอบรมการใช้งานโดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเครื่องมือได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงสุด ติดต่อ SCMA วันนี้เพื่อรับคำแนะนำและข้อเสนอพิเศษสำหรับเครื่องวัดระดับเสียงที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณ

สรุป

Sound Pressure Level Meter หรือเครื่องวัดระดับเสียงเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจวัดและควบคุมมลภาวะทางเสียง มีหลากหลายประเภทและระดับความแม่นยำให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของงาน การเลือกใช้เครื่องวัดระดับเสียงที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน พร้อมทั้งใช้งานอย่างถูกวิธี จะช่วยให้การควบคุมและป้องกันอันตรายจากเสียงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ SCMA พร้อมให้บริการด้านเครื่องมือวัดคุณภาพสูงและบริการครบวงจร ทั้งการจำหน่าย การสอบเทียบ และการอบรมการใช้งาน เพื่อให้คุณมั่นใจในการใช้งานเครื่องมือวัดที่แม่นยำและเชื่อถือได้ ช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการควบคุมมลภาวะในองค์กรของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องวัดระดับเสียง (Sound Level Meter) วัดอะไร?

เครื่องวัดระดับเสียงใช้วัดความดังของเสียงในหน่วยเดซิเบล (dB) โดยสามารถวัดได้ทั้งค่าระดับเสียงชั่วขณะ (Instantaneous) ค่าระดับเสียงเฉลี่ย (Leq) ค่าระดับเสียงสูงสุด (Lmax) และค่าระดับเสียงต่ำสุด (Lmin) นอกจากนี้ เครื่องวัดระดับเสียงแบบวิเคราะห์ความถี่ยังสามารถวัดพลังงานเสียงในแต่ละช่วงความถี่ (Frequency Band) ได้อีกด้วย ข้อมูลเหล่านี้ช่วยในการประเมินผลกระทบของเสียงต่อการได้ยินของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

เครื่องวัดระดับเสียงใช้อย่างไร?

การใช้เครื่องวัดระดับเสียงมีขั้นตอนพื้นฐานดังนี้:

  1. เปิดเครื่องและทำการปรับเทียบเครื่อง (Calibration) ก่อนการใช้งาน
  2. เลือกการถ่วงน้ำหนักความถี่ (A, C หรือ Z) และการถ่วงน้ำหนักเวลา (Fast, Slow หรือ Impulse) ตามลักษณะเสียงที่ต้องการวัด
  3. วางเครื่องในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยหันไมโครโฟนไปยังแหล่งกำเนิดเสียง และอยู่ห่างจากผนังหรือวัตถุสะท้อนเสียงอย่างน้อย 1 เมตร
  4. ทำการวัดระดับเสียงตามระยะเวลาที่กำหนด และบันทึกผล
  5. ปิดเครื่องและเก็บในกล่องป้องกันเมื่อใช้งานเสร็จ

เครื่องตรวจเสียงมีกี่แบบ?

เครื่องวัดระดับเสียง Sound lever สามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลักๆ ได้ดังนี้:

  1. แบ่งตามความแม่นยำ: 
    • Class 1 (แม่นยำสูง) 
    • Class 2 (แม่นยำปานกลาง)
  2. แบ่งตามฟังก์ชันการทำงาน:
    • เครื่องวัดแบบพื้นฐาน (Basic Sound Level Meter): วัดค่าระดับเสียงพื้นฐาน
    • เครื่องวัดแบบสะสม (Integrating Sound Level Meter): คำนวณค่าเฉลี่ยตลอดช่วงเวลา
    • เครื่องวัดแบบบันทึกข้อมูล (Logging Sound Level Meter): บันทึกข้อมูลต่อเนื่องสำหรับวิเคราะห์ภายหลัง
    • เครื่องวัดแบบวิเคราะห์ความถี่ (Frequency Analyzer): วิเคราะห์เสียงในแต่ละย่านความถี่

ความแตกต่างระหว่าง dB กับ dBA คืออะไร?

ความแตกต่างระหว่าง dB กับ dBA อยู่ที่การถ่วงน้ำหนักความถี่ (Frequency Weighting) ที่ใช้ในการวัดระดับเสียง:

  • dB (เดซิเบล): เป็นหน่วยที่ใช้วัดอัตราส่วนของปริมาณทางกายภาพ เช่น ความดันเสียง พลังงานเสียง หรือกำลังเสียง โดยไม่มีการถ่วงน้ำหนักความถี่ (หรือเรียกว่า Z-weighting หรือ dBZ) ซึ่งจะวัดระดับเสียงทุกความถี่เท่ากัน
  • dBA (เดซิเบลเอ): เป็นหน่วยวัดระดับเสียงที่ผ่านการถ่วงน้ำหนักความถี่แบบ A-weighting ซึ่งเป็นการปรับค่าการตอบสนองต่อความถี่ให้ใกล้เคียงกับการได้ยินของมนุษย์ โดยจะลดความไวต่อเสียงความถี่ต่ำ (เช่น ต่ำกว่า 500 Hz) และเพิ่มความไวต่อเสียงความถี่ปานกลางถึงสูง (ประมาณ 1-5 kHz) dBA เป็นหน่วยที่นิยมใช้ในการประเมินมลพิษทางเสียงและผลกระทบต่อมนุษย์