ระบบวัดและควบคุมระดับน้ำเค็มและดินเค็มแบบอัตโนมัติ

ในพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำเค็มหรือความเค็มของดิน ซึ่งอาจจะส่งผลให้การเติบโตของผลผลิตนั้นไม่สามารถทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงทำให้ระบบตรวจวัดและควบคุมระดับน้ำเค็มและดินเค็มแบบอัตโนมัตินั้นเข้ามามีบทบาทสำคัญเพื่อจะคอยตรวจสอบปัญหา โดยระบบวัดและควบคุมของทาง SCMA ได้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณ “รู้เท่าทัน” การเปลี่ยนแปลงของคุณภาพความเค็มทั้งของน้ำและดิน อีกทั้งยังสามารถควบคุมการใช้น้ำและดินได้อย่างชาญฉลาดผ่านระบบเซนเซอร์และการประมวลผลแบบเรียลไทม์

โซลูชันอัจฉริยะเพื่อการบริหารจัดการน้ำและดินเค็มอย่างแม่นยำ มีประสิทธิภาพ

ระบบวัดและควบคุมระดับน้ำเค็มและดินเค็มแบบอัตโนมัติ

สำหรับ โซลูชันอัจฉริยะเพื่อการบริหารจัดการน้ำและดินเค็มอย่างแม่นยำ Automatic Saline Water and Soil Monitoring & Control System ระบบนี้ก็จะประกอบด้วยชุดอุปกรณ์จัดเก็บและแสดงผลข้อมูลที่สามารถตรวจวัดตัวแปรสำคัญต่าง ๆ ได้แก่

  • อัตราการไหลของน้ำ (Flow Rate)
  • ปริมาตรการไหลสะสม (Totalizer)
  • อุณหภูมิของน้ำ
  • ค่าความเค็มของน้ำ (Conductivity)
  • ปริมาณน้ำฝน
  • ความชื้นและความเค็มของดิน

คุณสมบัติเด่น

  • ระบบแสดงผลแบบ Real-time พร้อมระบบแจ้งเตือนทันทีเมื่อค่าความเค็มเกินเกณฑ์
  • ป้องกันการใช้น้ำที่มีความเค็มเกินค่ามาตรฐานได้โดยอัตโนมัติ
  • บันทึกข้อมูลย้อนหลังเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มและวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
  • สามารถเชื่อมต่อข้อมูลไปยัง Data Center ส่วนกลางเพื่อบริหารจัดการระดับภูมิภาคได้อย่างครอบคลุม

เพื่อทำการจัดการกับปัญหาของน้ำและเค็มดิน เพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน เพราะหากไม่จัดการปัญหาให้เรียบร้อย ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือการผลิตในพื้นที่ เพราะว่าปัญหาของน้ำและดินเค็มมักจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างมากกว่าที่คิด

น้ำเค็มคืออะไร?

น้ำเค็ม

น้ำเค็ม เป็นน้ำที่มีปริมาณเกลือละลายอยู่สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโซเดียมคลอไรด์ (เกลือแกง) ทำให้มีรสเค็มและไม่เหมาะสำหรับการดื่มหรือใช้ในการเกษตรโดยตรงโดยจะมีแหล่งที่มาได้แก่ ทะเลและมหาสมุทร, ทะเลสาบน้ำเค็มและน้ำบาดาล นอกจากจะมีรสเค็มจัด ยังมีความหนาแน่นสูง และสามารถนำไฟฟ้าได้ดีกว่าน้ำจืด

สำหรับผลกระทบของน้ำเค็มต่อการเกษตรและอุตสาหกรรมนั้นก็ได้แก่

  • ในด้านการเกษตร ไม่เหมาะกับการเพาะปลูกเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากนำไปรดน้ำใส่พืชส่วนใหญ่ จะทำให้พืชขาดน้ำและตายลง
  • ในด้านอุตสาหกรรม น้ำที่มีความเค็มสูงนั้นจะก่อให้เกิดการกัดกร่อนในระบบท่อและเครื่องจักรได้ ทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตนั้นลดลงไป

ดินเค็มคืออะไร?

ดินเค็ม

ดินเค็ม เป็นดินที่มีปริมาณเกลือที่ละลายน้ำได้ในปริมาณสูง จนส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของพืชและคุณภาพของดิน ซึ่งเกลือที่พบมากที่สุดมักจะเป็นโซเดียมคลอไรด์ (เกลือแกง), โซเดียมซัลเฟต, แมกนีเซียมคลอไรด์ และแคลเซียมคลอไรด์ สามารถจำแนกออกได้เป็น 3 ประเภทคือดินเค็ม (Saline Soils), ดินโซดิก (Sodic Soils) และดินเค็มโซดิก (Saline-Sodic Soils)

ในส่วนของผลกระทบดินเค็มนั้นก็มีดังต่อไปนี้

  • ผลต่อพืช จะทำให้เกิดเกิดภาวะ Osmotic Stress พืชจึงดูดน้ำได้ยาก แม้ดินจะมีความชื้นอยู่ก็ตาม  นอกจากนี้ไอออนของเกลือบางชนิด เช่น โซเดียมและคลอไรด์ อาจเป็นพิษต่อพืช จนทำให้การเจริญเติบโตช้าลง ใบไหม้ และผลผลิตลดลง รวมไปถึงพืชอาจตายในท้ายที่สุด
  • ผลต่อโครงสร้างดิน โดยเฉพาะดินโซดิกนั้นก็คือการทำให้ดินแน่นทึบ จับตัวเป็นก้อนแข็ง น้ำและอากาศจึงทำการซึมหรือไหลผ่านได้ยาก ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของรากพืชที่จะทำได้ไม่ดี
  • ผลต่อจุลินทรีย์ในดิน ความเค็มจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดิน ทำให้การหมุนเวียนสารอาหารลดลงอีกด้วย

เซนเซอร์ของชุดระบบวัดและควบคุมระดับน้ำใต้ดินเค็มแบบอัตโนมัติ

1. เซนเซอร์วัดระดับน้ำ (Water Level Sensor) 

ใช้หลักการวัดแบบ Submersible Pressure Transmitter โดยตัวของเซนเซอร์ประเภทนี้จะมีย่านการวัดสูงสุด 2.5 bar สามารถวัดระดับน้ำได้สูงสุด 25 เมตร, รองรับย่านอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 0-50°C, มีค่าความเที่ยงตรง ±0.5 โดยส่วนใหญ่แล้วตัวเซนเซอร์จะผลิตจากสแตนเลสเกรด 316 พร้อมด้วยมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP68

สินค้าแนะนำ

Submersible Pressure Transmitter L051

Submersible Pressure Transmitter L051

  • วัสดุตัวเรือน: สแตนเลส 316
  • เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก : 27Ø
  • ดีไซน์: กะทัดรัดและแข็งแรง, ติดตั้งง่าย
  • ความแม่นยำ: ±0.5% ของช่วงเต็ม
  • ความเสถียร: ดีในระยะยาว
  • ช่วงการวัด: 0 ... 10 บาร์
  • ช่วงแรงดันเกิน: 0.5 บาร์
  • ช่วงโอเวอร์โหลด: 2.5 บาร์
  • เอาต์พุต: 4 ... 20 mA (2-wire)
  • ความเร็วในการตอบสนอง: ≤ 5 มิลลิวินาที

2. เซนเซอร์วัดอัตราการไหลและปริมาตรสะสม (Electromagnetic Flow Sensor)

มาพร้อมกับหลักการวัดแบบ Electromagnetic Flow Meter หรือการวัดแม่เหล็ก จึงทำให้สามารถวัดได้ทั้งอัตราการไหลและอุณหภูมิของน้ำ ย่านการวัดอัตราการไหล 0.2 - 150 l/min หรือ 0.012 – 9 m3/h มีความละเอียดในการวัด 0.1//min หรือ 0.006 m3/h, รองรับย่านอุณหภูมิตั้งแต่ -20 - +90°C พร้อมด้วยค่าความเที่ยงตรง 0.8% ซึ่งวัสดุในการผลิตนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสแตนเลสเกรด 316L ที่มีมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP65

สินค้าแนะนำ

Magnetic-inductive flow meter SM8020

Magnetic-inductive flow meter SM8020

  • เอาต์พุตหลายแบบ : switching output, analog output, pulse output
  • หน้าจอแสดงผล : มีจอสีที่อ่านค่าได้ชัดเจน พร้อมการเปลี่ยนสีเพื่อระบุสถานะ
  • ช่วงการวัด : 0.2 - 150 ลิตรต่อนาที. 
  • แรงดัน : 16 บาร์. 
  • การเชื่อมต่อ : G 1 DN25 แบบซีลแบน (flat seal). 
  • ระดับการป้องกัน: IP65/67

3. เซนเซอร์วัดค่าความเค็มของน้ำ (Conductivity Sensor)

เซนเซอร์ที่สามารถนำไปใช้วัดค่าความเค็มและอุณหภูมิของน้ำได้ มาพร้อมกับย่านการวัดค่าความเค็มตั้งแต่ 100 – 1000000 uS/cm, มีย่านการวัดอุณหภูมิตั้งแต่ -25 - +150°C, มอบค่าความเที่ยงตรง 2%, อีกทั้งยังใช้สแตนเลสเกรด 316L มาผลิต เพื่อให้ทนทานต่อการใช้งาน รวมถึงมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP68

สินค้าแนะนำ

inductive conductivity sensor LDL210

inductive conductivity sensor LDL210

  • การวัดค่าการนำไฟฟ้า: 100-1,000,000 µS/cm
  • การวัดอุณหภูมิ: -25-150 °C (สำหรับสื่อ: -25-100°C; สูงสุด 150°C เป็นระยะเวลาสั้นๆ)
  • เอาต์พุต: 1 x อนาล็อก 4-20 mA (สามารถปรับค่าได้)
  • รองรับ: IO-Link
  • แรงดันไฟฟ้า: 18-30 V DC
  • ระดับการป้องกัน: IP68/IP69K
  • อุณหภูมิแวดล้อม: -40-60 °C
  • การเชื่อมต่อ: เกลียวภายนอก G 1 cone, ขั้วต่อ M12
  • หลักการวัด: แบบเหนี่ยวนำ
  • การป้องกันขั้วย้อนกลับ: มี

4. เซนเซอร์วัดปริมาณน้ำฝน (Tipping Bucket Rainfall Sensor)

เป็นเซนเซอร์สำหรับการวัดปริมาณน้ำฝนแบบ Tipping Bucket Rainfall Sensor ที่สามารถวัดปริมาณของน้ำฝน (Measured rainfall intensity) ได้สูงสุดถึง 4mm/min และค่า Allow rainfall intensity ได้สูงสุด 10mm/min พร้อมด้วยความละเอียดในการวัดที่เลือกได้ทั้ง 0.1mm และ 0.2mm พร้อมด้วยค่าความเที่ยงตรง ±4% รองรับการใช้งานในย่านอุณหภูมิตั้งแต่ -20 - +80°C

สินค้าแนะนำ

Metal Tipping Bucket Rainfall Sensor Rain Gauge RK400-01

Metal Tipping Bucket Rainfall Sensor Rain Gauge RK400-01

  • ความเข้มของฝนที่ยอมรับได้: สูงสุด 10 มม./นาที
  • ความละเอียด: 0.1 มม. หรือ 0.2 มม.
  • ความแม่นยำ (ที่ 2 มม./นาที): ±4%
  • แรงดันไฟฟ้าสูงสุด: 30VDC (เอาต์พุตพัลส์)
  • วัสดุหลัก: ตัวเก็บ (Collector) ทำจาก 304SS, ถังเท (Tipping Bucket) ทำจาก ABS
  • เส้นผ่านศูนย์กลางของตัวเก็บ: 200 มม., ความสูง: 350 มม.
  • ระบบทำความร้อน: กำลังไฟประมาณ 350 วัตต์, แรงดันไฟฟ้า 220VAC
  • ตัวกรอง: มีตัวกรองที่ถอดออกได้เพื่อป้องกันใบไม้และเศษขยะ
  • เอาต์พุต: สวิตช์กกพัลส์, RS485 (แหล่งจ่ายไฟ 12-24VDC)
  • อุณหภูมิการทำงาน (ไม่แช่แข็ง): -20 ถึง +80°C

5. เซนเซอร์วัดความชื้นและค่าความเค็มในดิน (Soil Moisture & EC Sensor)

เซนเซอร์ที่สามารถนำไปใช้งานเพื่อวัดค่าความชื้น, อุณหภูมิและความเค็มได้ โดยตัวเซนเซอร์มาพร้อมกับย่านการวัดความชื้นได้ 0-100%, พร้อมรองรับการวัดอุณหภูมิตั้งแต่ -30 ถึง +70°C, มอบย่านอุณหภูมิที่นำไปใช้งานอยู่ที่ -40 ถึง +80°C, ย่านวัดค่าความเค็ม 0-10mS/cm และสำหรับวัสดุได้ผลิตจากสแตนเลสเกรด 316L มีมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP68

สินค้าแนะนำ

Soil Moisture Sensor, Temperature Probe& EC Sensor RK520-02

Soil Moisture Sensor, Temperature Probe& EC Sensor RK520-02

  • ช่วงการวัดความชื้น (Moisture Range) : 0-100% (m3/m3)
  • ช่วงการวัดอุณหภูมิ (Temperature Range) : -30°C ถึง +70°C
  • ช่วงการวัดค่าการนำไฟฟ้า (EC Range) : 0-10mS/cm
  • ความแม่นยำความชื้น (Moisture Accuracy) : ±2% (0-50%) , ±3% (51-100%)
  • ความแม่นยำอุณหภูมิ (Temperature Accuracy) : ±0.5°C
  • ความแม่นยำค่าการนำไฟฟ้า (EC Accuracy) : ±3% ของค่าเต็มสเกล (FS)
  • สัญญาณเอาต์พุต (Output Signal) : RS485, 0-2V
  • เวลาตอบสนอง (Response Time) : <1 วินาที
  • แหล่งจ่ายไฟ (Supply) : 5VDC, 12-24VDC

งานที่เหมาะสมกับชุดระบบวัดและควบคุมระดับน้ำใต้ดินเค็มแบบอัตโนมัติ

  • โครงการเกษตรกรรมในพื้นที่เสี่ยงน้ำเค็ม

  • พื้นที่ชายฝั่งหรือแหล่งน้ำกร่อย

  • หน่วยงานที่ต้องการระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบอัตโนมัติ

  • ศูนย์วิจัยและพัฒนาเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

ระบบวัดและควบคุมระดับน้ำใต้ดินเค็มแบบอัตโนมัติ (Automatic Saline Groundwater Monitoring & Control System) จาก SCMA คือคำตอบที่ช่วยให้คุณ "รู้เท่าทัน" ทุกการเปลี่ยนแปลง เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและดินทำได้อย่างชาญฉลาด ด้วยการตรวจสอบและประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ผ่านชุดเซนเซอร์คุณภาพสูงที่ครอบคลุมการวัดตัวแปรสำคัญ และยังมีคุณสมบัติเด่นอันหลากหลายที่มีประสิทธิภาพ เปลี่ยนการ "การคาดเดา" สู่ "การตัดสินใจด้วยข้อมูลจริง" เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดและความยั่งยืนในระยะยาว 

อย่าปล่อยให้ปัญหาความเค็มส่งผลกระทบต่ออนาคตของคุณ! ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของ SCMA วันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ และใบเสนอราคาพิเศษ เราพร้อมช่วยคุณพลิกโฉมการบริหารจัดการน้ำและดินเค็มให้ก้าวไปอีกขั้น