Analytical Sensors หรือเซนเซอร์ตรวจวัดเชิงวิเคราะห์ คือเซนเซอร์ที่ใช้ตรวจสอบ คุณสมบัติ องค์ประกอบ หรือคุณภาพของสาร โดยไม่ได้วัดเพียงค่าทางกายภาพทั่วไป เช่น อุณหภูมิ แรงดัน หรือระดับเท่านั้น
เซนเซอร์ชนิดนี้จะวิเคราะห์ว่าสารที่ตรวจวัดมีลักษณะอย่างไร มีความเข้มข้นเท่าใด หรือมีสิ่งปนเปื้อนหรือไม่ โดยมักใช้กับ ของเหลว ก๊าซ และกระบวนการทางเคมี
pH ความเป็นกรด–ด่าง
Conductivity ค่าการนำไฟฟ้า
Dissolved Oxygen ปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ
Turbidity ความขุ่น
ความชื้นหรือปริมาณน้ำ
ความเข้มข้นของสาร
อนุภาคและสิ่งปนเปื้อน
องค์ประกอบของก๊าซ เช่น ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ หรือก๊าซเฉพาะชนิด
เซนเซอร์จะตรวจจับการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ไฟฟ้า แสง หรือแม่เหล็กที่เกิดขึ้นเมื่อสัมผัสกับสาร แล้วแปลงผลลัพธ์เป็นสัญญาณไฟฟ้าเพื่อส่งต่อไปยังจอแสดงผล ระบบควบคุม PLC หรือระบบบันทึกข้อมูล
ตัวอย่างเช่น เซนเซอร์วัดค่าการนำไฟฟ้าจะตรวจสอบความสามารถของของเหลวในการนำกระแสไฟฟ้า ซึ่งสามารถนำไปใช้ประเมินความเข้มข้นหรือความบริสุทธิ์ของสารละลายได้
Analytical Sensors นิยมใช้ในงานที่ต้องควบคุมคุณภาพของสารหรือกระบวนการอย่างใกล้ชิด เช่น
อาหารและเครื่องดื่ม
ยาและชีวเวชภัณฑ์
เคมีและปิโตรเคมี
ระบบผลิตน้ำและบำบัดน้ำเสีย
เยื่อและกระดาษ
น้ำมันและสารหล่อลื่น
ห้องปฏิบัติการและงานวิจัย
ระบบตรวจสอบสิ่งแวดล้อม
ตรวจสอบคุณภาพของสารได้แบบต่อเนื่อง
ลดการเก็บตัวอย่างไปตรวจในห้องแล็บ
ตรวจพบความผิดปกติได้รวดเร็ว
ช่วยควบคุมกระบวนการผลิตให้สม่ำเสมอ
ลดการสูญเสียวัตถุดิบ น้ำ และสารเคมี
Analytical Sensors ไม่ได้ให้ค่าที่แม่นยำเสมอไปโดยอัตโนมัติ เพราะผลการวัดอาจได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิ คราบสกปรก การกัดกร่อน ชนิดของสาร และตำแหน่งติดตั้ง จึงต้องมีการสอบเทียบ ทำความสะอาด และบำรุงรักษาตามระยะ
นอกจากนี้ เซนเซอร์แต่ละชนิดออกแบบมาสำหรับสารและช่วงการวัดที่แตกต่างกัน หากเลือกเซนเซอร์ไม่ตรงกับตัวกลาง ผลการวัดอาจคลาดเคลื่อนหรืออุปกรณ์เสียหายได้
A: Analytical Sensors หรือ เซนเซอร์ตรวจวัดเชิงวิเคราะห์ คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการวัด คุณสมบัติทางเคมีและกายภาพของของเหลวหรือก๊าซในกระบวนการผลิตอุตสาหกรรม เช่น ค่า pH, ค่าความนำไฟฟ้า (Conductivity), ออกซิเจนละลายน้ำ (Dissolved Oxygen) และความขุ่น (Turbidity) มีความสำคัญอย่างมากในการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ (Quality Control) เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต และมั่นใจได้ว่าระบบการจัดการน้ำเสียเป็นไปตามมาตรฐานกฎหมายสิ่งแวดล้อม
A:
pH Sensor วัดความเป็นกรด-ด่างของโซลูชัน ซึ่งส่งผลต่อปฏิกิริยาเคมี การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ และการกัดกร่อนของท่อหรือเครื่องจักร
ORP Sensor (Oxidation-Reduction Potential) วัดความสามารถในการเป็นตัวเติมหรือลดออกซิเจน ช่วยประเมินประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรค (เช่น การเติมคลอรีนในระบบน้ำ) การตรวจวัดทั้งสองค่าแบบ Real-time ช่วยป้องกันความเสียหายในกระบวนการเคมี และควบคุมคุณภาพของอาหาร เครื่องดื่ม และยาได้อย่างแม่นยำ
A: มี 2 ประเภทหลัก ได้แก่:
Contacting Conductivity Sensors (แบบสัมผัสโดยตรง): เหมาะสำหรับการวัดค่าน้ำบริสุทธิ์สูง (Ultra-pure water) น้ำ Boiler Feedwater หรือในกระบวนการที่มีความนำไฟฟ้าต่ำ
Inductive / Toroidal Conductivity Sensors (แบบเหนี่ยวนำ): เหมาะกับน้ำที่มีการปนเปื้อนสูง สารเคมีเข้มข้น น้ำเสีย หรือคราบสิ่งสกปรกมาก เนื่องจากไม่มีขั้วโลหะสัมผัสกับของเหลวโดยตรง ลดปัญหาคราบเกาะและการกัดกร่อน
A: ปัจจุบันมี 2 เทคโนโลยีหลัก:
Galvanic / Polarographic (Electrochemical): ใช้ปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมี มีราคาเข้าถึงง่าย แต่ต้องเปลี่ยนน้ำยาและเมมเบรนตามระยะเวลา
Optical / Luminescence (วัดด้วยแสง): เป็นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่ไม่ต้องใช้น้ำยาเคมี ไม่ต้องรอกระแสไฟฟ้าคงที่ แม่นยำสูง และต้องการการบำรุงรักษาต่ำกว่ามาก นิยมใช้ในระบบบำบัดน้ำเสียและบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำอุตสาหกรรม
A: Analytical Sensors ถูกใช้งานแพร่หลายในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น:
อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม: ควบคุมรสชาติ ความสะอาด (CIP System) และความปลอดภัย
อุตสาหกรรมยาและชีววัตถุ: ควบคุมความบริสุทธิ์ของน้ำสกัดและสภาวะการหมัก
อุตสาหกรรมเคมีและปิโตรเคมี: ควบคุมปฏิกิริยาเคมีและการกัดกร่อนของเครื่องจักร
อุตสาหกรรมบำบัดน้ำและน้ำเสีย: ตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งตามกฎหมายกำหนด
อุตสาหกรรมพลังงานและโรงไฟฟ้า: ควบคุมคุณภาพน้ำในระบบไอน้ำและ Boiler
A: การเลือกเซนเซอร์เชิงวิเคราะห์ควรพิจารณาจากปัจจัย ดังนี้:
ชนิดและคุณสมบัติของของเหลว: กรด-ด่าง สารเคมี อุณหภูมิ ความดัน และความหนาแน่น
ช่วงการวัด (Measuring Range) และความแม่นยำ (Accuracy) ที่ต้องการ
วัสดุของโพรบวัด (Body Material): เช่น Glass, PTFE, Stainless Steel เพื่อทนการกัดกร่อน
สัญญาณขาออกและโปรโตคอล (Output Signal): เช่น 4-20mA, Modbus RTU, IO-Link หรือ HART
สภาพแวดล้อมหน้างาน: เช่น พื้นที่อันตราย (Explosive Area) หรือสภาวะที่มีการสั่นสะเทือนสูง
A: เนื่องจากหัววัดของ Analytical Sensors สัมผัสกับสารเคมี ตัวทำละลาย หรือคราบสิ่งสกปรกในกระบวนการผลิตอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดอาการ "Drift" หรือค่าเบี่ยงเบน การทำ Calibration ด้วยสารละลายมาตรฐาน (Standard Buffer Solution) ตามระยะเวลาที่กำหนด จะช่วยรักษาความถูกต้อง แม่นยำ และลดความเสี่ยงในการสูญเสียวัตถุดิบหรือสินค้าไม่ได้มาตรฐาน
A: ระบบ CIP ใช้สารเคมีเข้มข้น เช่น กรด/ด่าง และน้ำร้อนอุณหภูมิสูงในการทำความสะอาดท่อผลิต ทำให้เซนเซอร์ทั่วไปชำรุดได้ง่าย ดังนั้น กระบวนการที่มี CIP จึงจำเป็นต้องเลือกใช้ Hygiene / Sanitary Analytical Sensors ที่ได้รับมาตรฐานรองรับ (เช่น 3-A, EHEDG) และมีโครงสร้างทนต่อความร้อน สารเคมี รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับไว (Thermal Shock)
A: Smart Sensors มีไมโครโพรเซสเซอร์ภายในหัววัด ช่วยจัดเก็บข้อมูลการปรับตั้งค่า (Calibration Data), ระยะเวลาการใช้งาน (Sensor Health Status) และแปลงสัญญาณเป็นดิจิทัลตั้งแต่ปลายสาย ทำให้ลดปัญหาสัญญาณรบกวน (Noise) จากสายเคเบิล สามารถเปลี่ยนหัววัดหน้างานได้ทันที (Plug & Play) และรองรับการทำ Predictive Maintenance (การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์)
A: ที่ SCMA เราเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์และเซนเซอร์สำหรับงานอุตสาหกรรมครบวงจร มี Analytical Sensors คุณภาพสูงที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล พร้อมทีมงานวิศวกรผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาตั้งแต่การเลือกโมเดลที่เหมาะสมกับ Process หน้างาน การติดตั้ง ตลอดจนบริการหลังการขายและการดูแลบำรุงรักษา เพื่อให้ระบบของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด