คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Cable Tester & Cable Locator
1. Cable Tester คืออะไร?
Cable Tester คือเครื่องมือสำหรับตรวจสอบสภาพและการเชื่อมต่อของสายไฟหรือสายสัญญาณ เช่น ตรวจสอบความต่อเนื่องของสาย การขาดของสาย การลัดวงจร และการต่อสายผิดตำแหน่ง ช่วยให้ช่างสามารถตรวจสอบปัญหาของสายได้รวดเร็วกว่าการไล่วงจรด้วยวิธีทั่วไป
2. Cable Locator คืออะไร?
Cable Locator หรือเครื่องค้นหาสายไฟ คืออุปกรณ์ที่ใช้ติดตามเส้นทางและค้นหาตำแหน่งของสายไฟหรือสายสัญญาณ โดยทั่วไปประกอบด้วย Transmitter สำหรับส่งสัญญาณเข้าสู่สาย และ Receiver สำหรับตรวจจับสัญญาณเพื่อระบุตำแหน่งของสาย
3. Cable Tester กับ Cable Locator ต่างกันอย่างไร?
Cable Tester เน้นตรวจสอบว่าสายเชื่อมต่อถูกต้องหรือมีปัญหา เช่น สายขาด Short หรือ Pinout ผิด ส่วน Cable Locator เน้นค้นหาว่าสายเส้นนั้นเดินผ่านบริเวณใดหรืออยู่ตำแหน่งไหน จึงมักใช้สองอุปกรณ์นี้ร่วมกันในงานติดตั้งและซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าหรือเครือข่าย
4. Cable Tester ตรวจสอบปัญหาอะไรได้บ้าง?
Cable Tester สามารถใช้ตรวจสอบ Continuity, Open Circuit, Short Circuit และการต่อสายผิด รวมถึงรุ่นสำหรับสาย Network สามารถตรวจสอบ Pinout และสถานะการเชื่อมต่อของสาย LAN ได้ หน้า SCMA แบ่งเครื่องทดสอบออกเป็นทั้ง Cable Continuity Tester, Network Cable Tester, Multifunction Cable Tester และ Advanced Cable Tester
5. Network Cable Tester ใช้ตรวจสาย LAN ได้อย่างไร?
Network Cable Tester ใช้ตรวจสอบการเรียงสายและการเชื่อมต่อของสาย Network เช่น RJ45 เพื่อดูว่าแต่ละ Pin เชื่อมต่อถูกต้องหรือไม่ รวมถึงตรวจหาสายขาดหรือ Short Circuit โดยรุ่น K187LT ของ KEPLER ที่หน้า SCMA มีอยู่สามารถตรวจสอบ Continuity และการเชื่อมต่อของสาย LAN พร้อม Remote Unit สำหรับทดสอบสายที่อยู่ต่างตำแหน่งได้
6. Cable Locator สามารถค้นหาสายที่อยู่ในผนังได้หรือไม่?
Cable Locator บางรุ่นสามารถใช้ติดตามสายที่ซ่อนอยู่ภายในผนัง เพดาน หรือบริเวณที่มองไม่เห็นได้ โดยความลึกและความสามารถในการตรวจจับขึ้นอยู่กับรุ่น ตัวอย่างเช่น KEPLER K5500 CB ระบุระยะตรวจจับลึกน้อยกว่า 50 เซนติเมตร
7. Cable Locator ใช้กับสายที่มีไฟอยู่ได้หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับรุ่น โดย Cable Locator บางรุ่นสามารถค้นหาได้ทั้งสายที่มีไฟและไม่มีไฟ เช่น KEPLER K5500 CB รองรับการระบุสาย Energized และ De-energized และมีช่วงวัดแรงดันสำหรับสาย 12–300 V AC/DC พร้อมโหมดตรวจจับแรงดัน AC
8. Cable Tracer แบบ Tone Generator ทำงานอย่างไร?
Cable Tracer แบบ Tone Generator จะส่งสัญญาณ Tone เข้าไปในสายที่ต้องการค้นหา จากนั้นใช้ Amplifier Probe ตรวจจับสัญญาณตามเส้นทางสาย เพื่อระบุว่าสายใดเป็นสายเป้าหมาย เหมาะกับงานค้นหาสาย Network, Telephone หรือสายสัญญาณจำนวนมากที่อยู่รวมกัน
9. ควรเลือก Cable Tester หรือ Cable Locator อย่างไร?
หากต้องการตรวจว่าสายขาด Short หรือเดิน Pin ถูกต้องหรือไม่ ควรเลือก Cable Tester แต่หากต้องการค้นหาเส้นทางหรือตำแหน่งของสาย ควรเลือก Cable Locator หรือ Cable Tracer หากต้องทำทั้งสองงาน ควรเลือกเครื่องแบบ Multifunction ที่รองรับทั้งการทดสอบและค้นหาสาย
10. Cable Tester & Cable Locator เหมาะกับงานประเภทใด?
เหมาะกับงานติดตั้งระบบไฟฟ้า ระบบ Network และสายสื่อสาร งาน Maintenance ภายในโรงงาน อาคารสำนักงาน ตู้ Control และระบบโทรศัพท์ รวมถึงงานที่ต้องค้นหาหรือแยกสายจำนวนมาก ช่วยลดเวลาในการตรวจสอบและลดความผิดพลาดระหว่างการซ่อมบำรุง